ท่านใต้เท้าโปรดหยุด

ตอนที่ 2: ที่นี่ที่ไหน

👁️ 21 อ่าน
22px

"ใต้เท้ายังไม่ฟื้นเลย เจ้าคิดว่ายังไงหล่ะ ไปเรียกหมอมาตรวจอีกทีเถิด"

 

หลังจากที่ร่างบางได้ยินเสียงว่ากล่าวของคนในห้องพลันคิ้วขมวด

 

อะไรไม่ใช่ว่าเขาตายเเล้วหรอ อาการเจ็บคอยังไม่หายเลยด้วยซ้ำกับได้ยินอะไรไม่รู้ พูดจาเเปลกประหลาด เเถมยังเรียกใครว่าใต้เท้าอีก 

 

ตอนนี้ดวงตาของเขาปวดหนึบอีกรู้สึกไม่สบายตัวมากๆเลยเขาไม่ชอบความรู้สึกเเบบนี้สักนิด ในขณะเดียวกันร่างบางก็พยายามลืมตาขึ้น จนทำสำเร็จ

 

"อื้อ~" ร่างบางนั้นพยายามพลิกตัวเพราะเขานั้นรู้สึกปวดเมื่อยมากๆ เเละต้องตกใจเพราะได้ยินเสียงของใครบางคนถลามาข้างตัวเขาเเล้วกล่าวว่า

 

"ใต้เท้าท่านฟื้นเเล้ว ท่านเป็นเช่นไรบ้าง ท่านเจ็บตรงไหนหรือไม่ ท่านหิวรึป่าว ใต้เท้า"คนข้างกายของเขานั้นถามเขา ไม่ใช่ว่าเขาตายเเล้วหรอทำไมถึงยังได้ยินเสียงของคนพูดอีก ว่าเเต่

 

จู่ๆคนที่นอนอยู่ก็ลุกพรวดขึ้นมาทำเอาอี้หยางสะดุ้งไปตามๆกัน อี้หยางนั้นเขาเป็นพ่อบ้านของคนที่นอนอยู่ เเต่เขาไม่นึกว่าใต้เท้าคนเสเพลอยู่ๆก็ดีดตัวขึ้นมาเเล้วกล่าวว่า

 

"ต้องรีบไปว่าความให้ลูกความจะมานอนบื้ออยู่ทำไมว่ะเวหา" อี้หยางทั้งตกใจทั้งงุนงง เขาตกใจมากที่ใต้เท้ากล่าวว่า จะไปว่าความ เเละต้องงุนงงว่า เวหา คืออะไร ทำเอาอี้หยางถึงก็เอ่ยถามใต้เท้าคนเสเพลนี้ว่า

 

"เอ่อ..ใต้เท้า ท่านไม่เจ็บตรงไหนใช่หรือไม่"  ร่างที่กึ่งนั่งกึ่งนอนได้กล่าวถามอี้หยางว่า

 

"ใครเป็นใต้เท้านายกัน!...อึก!" ไม่นานนักร่างที่นอนอยู่ตรงหน้าของอี้หยางก็ได้กุมหัวของตัวเองไว้เเล้วร้องออกมา

 

ร่างบางนั้นเขารู้สึกเจ็บปวดมาก อยู่ๆก็มีฉากเหมือนภาพยนตร์เข้ามาในหัวเขาเป็นฉากๆ 

 

เรื่องของเรื่องมันมีอยู่ว่า บุคคลที่เขามาสิงร่างนั้นคือใต้เท้าของเมืองอี้ ทางตะวันตกของเมืองหลวงเเต่อยู่สุดเขตชายเเดน ระหว่างเเคว้นโจว เเละเเคว้นชิง เมืองอี้นั้นเป็นเมืองเล็กๆที่ ใต้เท้าคนไหนมาเเล้วก็ต้องรีบทำผลงานเเล้วรีบหนีออกจากที่นี่ไปมากกว่า๑๒คนเเล้วเเละร่างนี้นั้นคือคนที่๑๓ที่มาที่นี่ สาเหตุที่ร่างนี้ถูกย้ายมาที่นี่ก็...ร่างนี้นั้นชอบเข้าหอนางโลมอยู่บ่อยครั้งเเต่มันมีอยู่กฎหนึ่งกล่าวไว้ว่าคนที่รับเป็นข้าราชการหรือขุนนางห้ามเข้าหอนางโลม มิเช่นนั้นจะถูกลดตำเเหน่ง นี้ยังไม่พอ ไปทะเลาวิวาทกับตระกูลสวี่อีกโดยตระกูลสวี่นั้นเป็นคนของอ๋องเเปดร่างนี้เลยโดนย้ายมาพร้อมลดขั้นจากขั้นสามกลายเป็นกลายเป็นขั้นหก ขุนนางต๊อกต๋อย อืมเเล้วก็โดนย้ายมาที่นี้เเถมยังเกือบโดนไล่ออกจากตระกลูไป๋ ร่างนี้มีชื่อว่า ไป๋ลู่เฟย เเถมยังเป็นใต้เท้าเสเพล ถ้าปกติจากนิยายที่ผมเวหาอ่าน ก็จะประมาณว่าหลังจากคนที่โดนทะลุมิมา เปลี่ยนเเปลงร่างที่อยู่ให้กลายเป็นคนเทพๆ เเต่สำหรับเวหาเเล้ว ไม่เปลี่ยนเเปลงเเน่นอน เสเพลสิดี หาดื่มเหล้าเมายาไปวันๆชีวิตเเสนสงบสุข โอ้คิดเเล้วก็อยากทำขึ้นมาเลย  หลังจากที่ร่างบางคิดๆอยู่ก็มีเสียงของคนดีคนเดิมพ่อบ้านอี้หยาง เป็นพ่อบ้านของร่างนี้เเทรกขึ้นมา

 

"ใต้เท้าเป็นเป็นอะไรมากรึไม่ขอรับ" อี้หยางถามร่างบางด้วยความเป็นห่วง เเต่คนที่กุมหัวตัวเองอยู่ตอบว่า

 

"เร-ข้าไม่เป็นไรสบายดี"เกือบไปเเล้วไหมไอ้เวหาเอ้ย

 

"เอ่อ...ขอรับ ท่านหิวรึยังขอรับข้าจะให้คนนำสำรับมาให้ เเล้วค่อยทานยา"หลังจากที่พ่อบ้านอี้หยางพูดจบ เวหาหรือไป๋ลู่เฟย ก็ได้ช็อคค้างไปสักพักเเล้วเอ่ยถามอี้หยางว่า

 

"เมื่อกี้คุ-เจ้าว่าอะไรนะ" ร่างบางถามอี้หยางด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ทำเอาผู้เป็นข้ารับใช้ถึงกับสงสัยว่า นายของตนทำไมดูตื่นตกใจอะไรขนาดนั้น เเละเขาเลือกที่จะย้ำคำพูดของตัวเอง

 

"ทานข้าวทานยาขอรับ"ตอนนี้สีหน้าของร่างบางซีดเผือดราวกับศพ จนทำให้คนที่เป็นพ่อบ้านถึงกับตกใจ ตนพูดอะไรผิดงั้นหรือทำไมนายของตนถึงดูกลัวขนาดนั้น เเละไม่นานเวหาหรือไป๋ลู่เฟยกล่าวขึ้น

 

"กินข้าวเเต่ไม่กินยาได้หรือไม่" เขายังไม่อยากตายอีกรอบหรอกนะใครอยากตายก็ตายก่อนไปเลยนะ อี้หยางนั้นได้ยินคำของนายตนเลยตอบนายของตนไปทันควันว่า

 

"ไม่ได้ขอรับใต้เท้ายังไงก็ไม่ได้เด็ดขาด"

 

"ทะ..ทำไม"ในขณะนี้ผู้เป็นนายเหนือหัวของอี้หยางนั้นดูเหมือนจะหวาดกลัวคำว่ายาเป็นอย่างมาก  หลังจากนั้นอี้หยางก็ได้ไขข้อสงสัยให้นายของตนฟังว่า

 

"ถ้าท่านไม่ทานยาแล้วท่านจะหายได้อย่างไรเล่าการทานยาเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาท่านได้ยินคำเหล่านี้หรือไม่ว่าหวานเป็นลมขมเป็นยาและท่านต้องทานมัน" เขาเคยรู้หรอกนะว่าหวานเป็นลมขมเป็นยาน่ะเขาได้ยินคำนี้มาตั้งแต่เด็กๆแต่สำหรับเขาในตอนนี้หวานเป็นยาขมเป็นตาย มิหนำซ้ำอาจจะติดคอเขาตายด้วยซ้ำ ถ้าเป็นแบบน้ำเขาอาจจะสำลักตายก็ได้หรือถ้าเป็นเม็ดคงจะเป็นเม็ดใหญ่ๆเหมือนพวกยาลูกกลอนไม่เอาด้วยหรอกยังไม่อยากตายนะ

 

"จะให้ตายยังไงข้าก็ไม่กินถ้าเจ้าอยากกินเจ้าก็กินเองเถอะ! "หลังจากนั้นเขาก็ได้พูดลงนอนอีกครั้งและนำผ้าห่มมาคุมโปงตัวเองอย่างเเง่งอน ทำเอาอี้หยางผู้ที่เป็นพ่อบ้านถึงก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา

 

เขาไม่นึกเลยว่าผู้เป็นนายของเขาจะหนักมากขนาดนี้เสเพลยังไม่พอยังดื้อด้านอีกด้วยพูดอะไรไม่เคยฟังเขาคิดผิดมากที่มาเป็นเรารับใช้ของใต้เท้าเสเพลคนนี้ไม่ไหวเลยจริงๆ  เขาไม่นึกว่าการมีนายอยู่หัวเป็นของตัวเองเหมือนจะมีลูกถึงขนาดนี้การเป็นพ่อคนมันช่างลำบากมากจริงๆ เขายอมแพ้แล้วล่ะ

 

หลังจากนั้นไม่นานผู้เป็นพ่อบ้านก็ได้เดินออกจากห้องของไป๋ลู่เฟยไปจากปลงตก

 

หลังจากนั้นประมาณหนึ่งเค่อ พ่อบ้านยังก็ได้กลับมาพร้อมอาหารอย่างเต็มที่ หลังจากนั้นเขาก็ได้เรียกผู้เป็นนายของตนให้มาทานอาหารแล้วทานยา

 

"ถ้าใต้เท้าท่านตื่นมาทานข้าวทานยาเถิด"หลังจากที่ลู่เฟย หลังจากที่ได้ยินประโยคคำบอกเล่าของผู้เป็นพ่อบ้านของตนนั้นก็พลันกน้าซีดเหมือนไก่ต้ม

 

"อี้หยางข้า....ข้ากินข้าวเเต่ไม่กินยาได้รึไม่"เขาเลยถามผู้เป็นพ่อบ้านของตนและได้คำตอบกลับที่สะเทือนใจของเขาเป็นอย่างมากคำตอบกลับนั้นตอบกลับว่า

 

"ไม่ได้เด็ดขาดขอรับยังไงท่านก็ต้องทาน" เขาก็เพิ่งรู้ว่าคนสมัยจีนโบราณนั้นเป็นพวกหัวเด็ดตีนขาด แต่เขาก็ไม่ยอมทำตามหรอกนะทานข้าวเสร็จก็จะหาวิธีหนีเลยไม่มีใครทำร้ายไปหาคนนี้ได้หรอก ทุกอย่างต้องก้าวไปด้วยเท้าเเละชีวิต ตอนนี้เขาก็งงเหมือนกันว่าเขาเพ้อเจ้ออะไรอยู่รีบไปทานข้าวดีกว่าหิวจะแย่อยู่แล้ว

 

หลังจากที่อี้หยางเห็นผู้เป็นนายทานข้าวเขาก็ได้เดินออกไปเพื่อไปนำยามาให้ผู้เป็นนายได้ดื่มแต่หลังจากที่เขากลับมานั้นพลันต้องตกใจเพราะว่า ผู้เป็นนายของตนนั้นได้หายไปจากตำหนักเสียแล้ว

 

ฮ่าๆๆคิดจะซ่ากับไอ้เวหาแล้วหรอ ยังเร็วไปอีก๑๐๐ ปีไอ้ชายตอนนี้เขานั้นได้เดินอยู่ในสวนที่ไหนสักแห่งของจวนแห่งนี้เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าข้างจวนตัวนั้น เป็นยังไงบ้างแต่ตอนนี้เขายังไม่พร้อมเลยยังไม่ได้ออกไปแต่คิดว่าอีกไม่นานคงจะต้องออกไปแล้วเพื่อดูอะไรหลายๆอย่างเขาเป็นทนายความและต้องทะลุมิติมาเป็นใต้เท้าอีกไม่หลุดไม่พ้นสักทีคิดแล้วเขาก็เหนื่อยใจ

 

อี้หยางในตอนนี้ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่านายของตนหายไปที่ใดตอนนี้ก็ต้องสั่งให้คนออกไปตามหาก่อนไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดียังไงที่หนีออกไปเพราะไม่อยากกินยาใช่หรือไม่นะปกติใต้เท้าคนนี้ก็เป็นคนหัวรั้นอยู่แล้วหลังจากที่ฟื้นขึ้นมาก็ยิ่งหัวรั้นกว่าเดิม เยี่ยมเลย

 

 "เจ้านำคนไปตามหาใต้เท้าซะ และอย่าให้คนข้างนอกรู้เด็ดขาดและใต้เท้าหายตัวไป" หลังจากที่เขาสั่งคนเสร็จเขานั้นก็ได้แยกตัวมาหาใต้เท้าเหมือนกัน และไม่นานนักเขาก็ได้เห็นแต่ท้าวแสนซนเดินเล่นอยู่ที่สวนหลังจวนเขาไม่รู้ว่าเขาจะพูดยังไงมันจุกอยู่ในอกไม่สามารถพูดไปได้จริงๆ เขาทั้งเหนื่อยใจทั้งโกรธที่ใต้เท้าคนนี้หัวรั้นได้ขนาดนี้พูดแล้วก็เหนื่อย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!