"ดูไม่ค่อยดีเลยนะตฤณ นี่นายต้องแยกซ้อมมา 3 วันแล้วนะ"
คิมอินซูดูการซ้อมเดี่ยวของตฤณในอีกฟากหนึ่งของสนาม แม้จะพยายามอย่างเต็มที่แต่ยังดูเหมือนว่ากัปตันทีมวัย 30 ปีจะหายเจ็บไม่ทันวันอาทิตย์
"ผมไหวแน่ครับโค้ช ยังเหลือเวลา 3-4 วันน่าจะพร้อมครับ"
"ถึงนายจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่ฉันจะไม่ฝืนให้นายลงสนามเด็ดขาดถ้าไม่ผ่านการทดสอบความฟิต"
"แต่โค้ชครับ นี่มันเกมสุดท้ายแล้วผมยินดีที่จะเสี่ยงเพื่อให้ทีมเราชนะ"
คิมอินซูส่ายหน้าเป็นสัญญาณของการปฏิเสธ เขาจ้องหน้าตฤณชนิดที่แทบไม่กระพริบตาแล้วจึงพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกมา
"ฉันไม่เอานายไปเสี่ยงหรอกตฤณ ต่อให้ทีมได้แชมป์แต่ต้องทำให้ชีวิตนักเตะคนหนึ่งพัง คนอื่นจะเป็นยังไงฉันไม่รู้ แต่ฉันไม่ทำแน่ๆ"
แม้ตฤณจะเข้าใจความหวังดีของโค้ชชาวเกาหลีใต้ แต่เขายังคงดื้อดึงและอยากต่อรองอยู่
"ผมขอโอกาสก็แล้วกันครับ ขอแค่ไม่ถูกเสียบหนักๆซ้ำอีกผมคิดว่าลงเต็มเกมได้แน่"
"งั้นฉันคงต้องขอสั่งในฐานะโค้ชนะ ถ้าทีมแพทย์ประเมินว่านายพร้อมเกิน 70% ฉันจะใส่ชื่อนายไว้เป็นตัวเปลี่ยน แต่ถ้าร่างกายนายฟิตไม่ถึง ฉันจะไม่ใส่ชื่อของนายเด็ดขาด"
ตฤณนิ่งเงียบเพราะรู้ดีว่าดื้อดึงต่อไปไม่ได้ผล เขาจึงเปลี่ยนแผนของตัวเองโดยทำทุกอย่างเพื่อรักษาอาการเจ็บข้อเท้าซ้ายให้ดีขึ้นเร็วที่สุด เขาทำทุกโปรแกรมฟื้นฟูเพียงอย่างเข้มข้นตลอดจนถึงวันศุกร์ โดยไม่ซ้อมแม้แต่มื้อเดียว ทำให้อาการดีขึ้นอย่างมาก
"อาการเจ็บของตฤณหายประมาณ 90% แล้วล่ะครับโค้ช ถ้าเขาจะลงเล่นจริงคงไม่มีปัญหาอะไร"
หมอคริส เฉินให้ความเห็นหลังจากตรวจอย่างละเอียด
"งั้นก็ดี ฉันจะใส่ชื่อนายไว้ในทีมนะตฤณ แต่จากการที่นายไม่ได้ซ้อมกับทีมมาทั้งสัปดาห์ ฉันคงให้นายเป็นตัวจริงไม่ได้หรอกนะ"
คิมอินซูแม้จะโล่งใจที่ตฤณอาการดีขึ้น แต่ยังคงจุดยืนของตัวเองไว้ไม่เปลี่ยน
"ผมเข้าใจครับโค้ช แค่นี้ก็พอแล้ว"
ตฤณยิ้มแย้มมากขึ้น เพราะอย่างน้อยก็มีโอกาสที่จะได้ลงสนาม ถ้าเขาไม่มีชื่อในเกมนี้ ทีมอาจจะเอาชนะไม่ได้อย่างที่ตั้งใจ
"เป็นเกมอื่นเราคงมั่นใจว่าเพื่อนๆเอาชนะได้ แต่วันอาทิตย์นี้ทีมที่เราเจอมีกำแพงเหล็กที่ผ่านไม่ได้ง่ายๆอยู่"
ตฤณมองไปยังทีวีซึ่งเป็นรายการวิเคราะห์เกมลีกอยู่พอดีและกำลังพูดถึงด่านหินที่เขากังวลอยู่
"ไนเจล เหลียง"
แมตช์สุดท้ายชี้ชะตาแชมป์ลีกมาถึงในวันอาทิตย์ เกมการแข่งขันทั้ง 4 คู่ จะแข่งพร้อมกันในเวลา 18.00 น. ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมเป็นช่วงที่แม้จะร้อนแต่ก็ไม่มีฝนฟ้าคะนองมากนัก ทำให้เหมาะกับการแข่งขันอย่างยิ่ง วันนี้แฟนบอลมาเชียร์กันจนแน่นสนามในเกมที่ แทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ พบกับ ไลออน U23
"ก็หวังว่าทุกคนจะทำได้โดยไม่ต้องมีฉันในสนามนะ"
ตฤณลงมานั่งบนม้านั่งตัวสำรองขณะที่ผู้เล่นตัวจริงอบอุ่นร่างกายเสร็จ ใจของเขานั้นมีความกังวลอยู่บ้าง จนต้องถอนหายใจออกมาเพื่อให้อารมณ์สงบขึ้น
"เสียดายจริงๆเลยนะครับที่คุณไม่ได้ลงสนามวันนี้"
ไนเจล เหลียงเดินผ่านเขาไปหลังจากอบอุ่นร่างกายเสร็จ แม้ตฤณจะไม่อยากสุงสิงด้วยนักทว่าก็ยากที่จะเลี่ยงการพบหน้าพูดคุยได้
"แล้วไงล่ะ ไนเจล?"
"เพราะคงมีแต่ลูกยิงธรรมดาที่ผมรับได้สบายๆ นั่นแหละ ไม่สนุกเอาซะเลย"
แม้จะดูโอ้อวดไปบ้างแต่สถิติทีผ่านมาก็ชี้ว่า นายทวารวัย 22 ปีคนนี้ เสียประตูจากลูกจุดโทษกับลูกชุลมุนซึ่งเพื่อนร่วมทีมของเขาทำเข้าประตูตัวเองเท่านั้น
"ในเลกที่ 3 เล่นมา 6 เกม หมอนี่เสียไปแค่ 4 ประตู นี่น่าจะเป็นคู่แข่งที่เราหนักใจที่สุดของวันนี้แล้วล่ะ"
ตฤณรำพันในใจขณะที่ ไนเจล เหลียงเดินกลับไปยังห้องพักนักกีฬาเพื่อเตรียมลงสนาม
"น้องคนนั้นใช่น้องตฤณรึเปล่าคะ?"
เสียงหญิงวัย 50 ปีเศษคนหนึ่งตะโกนเรียกเขาจากอัฒจันทร์ที่อยู่ห่างไปเพียงไม่กี่เมตร
"ครับผมตฤณ คุณพี่เป็นคนไทยเหมือนกันสินะครับ"
ตฤณตอบกลับหญิงคนนั้นอย่างสุภาพ เธอดูแต่งตัวธรรมดาแต่มีรัศมีบางอย่างที่ดูเด่นกว่าใคร
"สู้ๆนะ พี่ช่วยเชียร์คนไทยด้วยกันเต็มที่ หลังจบเกมพี่ขอถ่ายรูปด้วยนะคะ"
หญิงคนนั้นไม่อยากรบกวนมากนัก เมื่อทักทายเสร็จก็กลับไปนั่งในที่ของตัวเอง ตฤณสังเกตว่าคนที่มากับผู้หญิงคนนี้อีก 3 คนแม้จะเป็นหญิงสาวทั้งหมด แต่บุคลิกดูคล้ายบอดี้การ์ดมากกว่าญาติพี่น้อง แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
“คงเป็นพวกนักธุรกิจใหญ่ไม่ก็นักการเมืองไทยมาเที่ยวล่ะนะไม่มีอะไรหรอก”
เกมเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนบอลแทเปิเนส การ์เดี้ยนส์ที่ปลุกเร้าอย่างหนัก ฟาฮานแบ็กซ้ายดาวรุ่งเปิดลูกเตะมุมไปยังจุดนัดพบอย่างแม่นยำ บอลเข้าศีรษะของฮัสซันได้โหม่งเต็มๆระยะเพียง 2 เมตร แฟนบอลทั้งสนามเตรียมลุกขึ้นเฮเพื่อฉลองประตูแล้ว แต่ทุกอย่างถูกปฏิเสธด้วยมือของไนเจล เหลียงที่รับบอลได้ติดมืออย่างไม่น่าเชื่อ
"นายจะเก่งเกินไปแล้วนะ ลูกนี้ฮัสซันโหม่งได้แรงและทิศทางดีมาก แต่นายขยับแค่ 3 ก้าวก็รับได้สบายเลย"
ตฤณรู้สึกว่าเกมนี้ไม่ใช่ของง่ายอีกต่อไป การเฝ้าเสาของไนเจล เหลียงนั้นเริ่มต้นเกมด้วยความมั่นใจมากกว่าที่คิด
"ไปเลยเพื่อน!"
ผู้รักษาประตูวัย 22 ปี เตะบอลยาวไปได้ไกลกว่า 70 หลา บอลนั้นเกือบถึงเท้าของกองหน้าทีมไลอ้อน U23 โชคยังดีที่อิสมาเอลวิ่งออกจากประตูด้วยความเร็วออกมาเตะเคลียร์ออกไปได้ทัน
"นอกจากจะเซฟได้อย่างยอดเยี่ยม ยังเปิดบอลยาวได้ไกลแม่นด้วย นายมันผู้รักษาประตูกับระดับเอเชียแล้วล่ะไนเจล"
แม้จะเป็นคู่แข่งกันและการพบกันแต่ละครั้งก็มักจะโดนปั่นประสาทมากกว่าทักทายกันดีๆ แต่ว่าตฤณนั้นอดที่จะชื่นชมในความสามารถของไนเจล เหลียงไม่ได้
แทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ยังคงบุกหนักเพื่อหวังยิงประตูลดความกดดัน เรนาโต้ได้โอกาสหลุดกับดักล้ำหน้าไปดวลเดี่ยวกับไนเจล เหลียง กองหน้าชาวบราซิลตั้งใจจะโยกหลอกแล้วแปบอลสวนเข้าไปแบบที่เขาทำเคยได้มาตลอด
“ทำไมกันเรารู้สึกว่าเจ้าหมอนี่มันตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ”
เรนาโต้เริ่มรู้สึกว่ารัศมีบางอย่างของไนเจล เหลียงที่มีท่าทางสงบไม่ร้อนรนกลับข่มเขาจนเกิดความลังเล และยิงหลุดกรอบไปเอง
“บ้าจริง ไอ้เด็กนี่มันแทบไม่ได้ทำอะไรเลย แต่เรากลับกลัวจนยิงออกไปเองซะได้”
“คุณน่ะต้องใจนิ่งกว่านี้นะครับถ้าอยากเป็นกองหน้าที่เก่งล่ะก็”
ไนเจล เหลียงยิ้มเยาะเล็กน้อยแล้วไปหยิบบอลมาตั้งเตะจากประตู แต่รานาโต้นั่นเริ่มรู้สึกขาดความมั่นใจลงไปอย่างมาก
ข่าวไม่สู้ดีจากอีกสนามเมอร์ไลอ้อน วอร์ริเออร์ขึ้นนำทีมคู่แข่งได้สำเร็จ ทำให้ผล ณ เวลาปัจจุบัน แทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ตกจากจ่าฝูงไปแล้ว นักเตะและแฟนบอลของพวกเขาจึงกดดันมากกว่าเดิมมาก
เกมครึ่งแรกดำเนินไปด้วยความอึดอัด ตฤณที่นั่งอยู่ข้างสนามเริ่มกระสับกระส่ายอย่างหนักจากรูปเกมที่พวกเขาเริ่มแผ่วลงเรื่อยๆหลังจากพยายามยิงประตูครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ไนเจล เหลียงก็ป้องกันไว้ได้ทั้งหมด
“แย่จริง เป็นแบบนี้ไม่ดีแน่เกมเริ่มตันแล้ว ทุกคนดูไม่เป็นตัวของตัวเองเลย”
ตฤณเริ่มใจเขาฟุ้งไม่หยุดจากรูปเกมที่อึดอัด ทีมของเขายังยิงนำไม่ได้ แต่กลับกันโอกาสสวนของคู่แข่งก็มีความอันตราย หลายครั้งที่ ราดิช, ฮัสซัน และ อิสมาเอล ต้องใช้ความพยายามในการป้องกันอย่างหนัก
“เราเองก็เริ่มไม่มั่นใจเหมือนกันว่าลงไปแล้วจะช่วยทีมได้ไหม แต่เราคิดแบบนี้ไม่ได้”
ตฤณพยายามดึงสติตัวเองเพื่อไม่ให้ความคิดลบๆในหัวมามีอิทธิพลกับเขาจนเกินไป เขาหวนนึกถึงสิ่งที่ทำให้ใจผ่อนคลายที่สุดในเวลาอันสั้น
“ต้นหญ้าพลิ้วไหวตามลม สิ่งนี้ล่ะที่เราควรนึกถึง”
เขาหยุดที่จะดูเกมในสนาม แล้วหลับตานั่งหลังพิงเก้าอี้ให้สบายที่สุด ผ่อนลมหายใจยาว
นึกถึงภาพต้นหญ้าในสายลมให้แจ่มชัด
“โล่งแล้ว หัวโล่งและสว่างไปหมด”
อาการทางร่างกายของตฤณผ่อนคลายลงอย่างมาก ความเจ็บที่ข้อเท้ากลับทุเลาลงไปมากจนแม้แต่เขาเองก็ยังแปลกใจ
“จริงสิเวลาฮอร์โมนความสุขมันหลั่งออกมา มันช่วยให้อาการเจ็บบางอย่างเบาลงได้”
ตฤณอยู่กับภาพในจินตนาการนั้นอีกราว 5 นาทีเป็นเวลาเดียวกับที่เสียงนกหวีดเป่าหมดเวลาครึ่งแรกเช่นกัน
“ตฤณ ครึ่งหลังนายลงเล่นไหวรึเปล่า?”
คิมอินซูแม้กระอักกระอ่วนใจอยู่บ้างที่ต้องถามเพื่อจะลองเสี่ยงกับการบาดเจ็บของลูกทีมคนสำคัญ แต่คำตอบที่ได้มากลับทำให้เขาสบายใจขึ้น
“ไหวครับโค้ช ผมหายเจ็บไปหลายส่วนแล้ว ลองถามคุณหมอคริสสิครับ”
“ใช่ครับ คุณคิมผมเช็คอาการแล้ว ตฤณเล่นไหวแน่ๆขอแค่ระวังไม่ให้โดนเสียบหนักๆก็พอ”
“งั้นนายลงไปจัดการให้สำเร็จนะ ฉันเชื่อมือนาย”
ตฤณยิ้มรับราวกับได้ของขวัญชิ้นสำคัญในชีวิต และตอบกลับด้วยแววตาของความมั่นใจ
“ครับ นัดนี้ผมจะยิงเอง”
เริ่มครึ่งหลังตฤณลงสนามมายืนในตำแหน่งกองกลางตัวรับในระบบ 4-3-3 แม้จะเล่นในตำแหน่งนี้ แต่เขากลับวิ่งเติมเกมรุกอย่างดุดัน แดนกลางของทีมที่ตฤณลงไปการเล่นดูโดดเด่นจนกดให้ ไลอ้อน U23 ต้องถอยร่นไปตั้งรับอย่างเดียว
หลังจากขึงเกมรุกอยู่พักใหญ่ แทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ได้โอกาสสำคัญเมื่อพวกเขาได้ฟรีคิกระยะ 30 หลา มุมและทิศทางเหมาะมากสำหรับตฤณที่จะลองลุ้นประตู
“แสดงให้ฉันเห็นหน่อยไนเจลว่านายจะป้องกันยังไง”
ตฤณเตะด้วยเท้าซ้ายอย่างมั่นใจ บอลไม่โด่งแต่พุ่งเรียดพื้นอย่างเร็วและแรง กระดอนพื้น 1 ครั้ง หากเป็นผู้รักษาประตูทั่วไปคงป้องกันไม่ได้อย่างแน่นอน
“หึ! คุณน่ะน่าจะยังมีดีกว่านี้นี่ครับ”
ไนเจล เหลียง ขยับตัวเพียง 4 ก้าวด้วยความเร็วล้มลงรับลูกเข้าซองอย่างง่ายดาย
“เยี่ยมจริงๆนายเองก็ทำให้ฉันสนุกกับการยิงฟรีคิกมากจริงๆ”
ขณะที่คนอื่นๆในทีมกดดันอย่างหนักแต่ว่าตฤณนั้นกลับมีรอยยิ้มเล็กน้อยราวกับสนุกอยู่กับเกม
“เราจำที่น้ำค้างเคยเล่าได้แม่นเลย ว่าถ้าสนุกกับสิ่งที่ทำ เราจะเค้นศักยภาพได้สูงสุดเหมือนกัน”
โอกาสของตฤณมาอีกครั้ง คราวนี้เป็นฟรีคิกระยะ 20 หลา เกือบกลางประตูซึ่งมีมุมให้เลือกยิงอย่างมากมาย
“คราวนี้นายไม่มีทางป้องกันได้แน่ไนเจล”
ตฤณวิ่งมายิงด้วยใบหน้าที่ยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับปั่นไซด์บอลข้ามเฉียดกำแพงไม่ถึง 5 ซ.ม. บอลพุ่งเร็วและโค้งมุคลงที่โคนเสาชนิดที่ทุกคนได้แต่มอง
“แค่นี้ทำอะไรผมไม่ได้หรอก !”
ไนเจล เหลียงรู้ทันการยิงของตฤณ เขาแสร้งทำเป็นหลงทางขยับไปอีกข้าง แต่กลับถีบตัวตัวอย่างรวดเร็วแม้ระยะจากตัวเขาถึงตรงที่บอลจะตกลงเสียบตาข่ายจะห่างถึง 2 เมตร แต่เขากลับปัดด้วยปลายมือได้ทัน
“นายชักจะเก่งเกินไปแล้วนะไนเจล”
ตฤณนึกชื่นชมคู่แข่งที่รู้เท่าทันการยิงของเขา ขณะที่ผู้เล่นคนอื่นยกมือกุมศีรษะด้วยความเสียดายโอกาส ความกดดันเริ่มถาโถมลงมาอย่างไม่ขาดสายทั้งเวลาที่เหลือน้อยลง และยังไม่พอสกอร์ในอีกสนามเมอร์ไลอ้อน วอร์ริเออร์ยิงนำขาดไป 5-0 แล้ว ทำให้ทีมแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องยิงสักประตูเพื่อชนะให้จงได้
เกมยังเป็นของเจ้าบ้านอย่างต่อเนื่อง คิมอินซูเปลี่ยนตัวรุกลงมาเต็มพิกัดปรับแผนมาเล่น 4-2-4 พวกเขาเสี่ยงทุกอย่างเท่าที่ทำได้แล้วเช่นกัน 4 ตัวรุกของทีมได้โอกาสในการยิงจ่อๆหลายครั้งแต่ก็ยังถูกปฏิเสธโดยไนเจล เหลียง
“ทุกคนดูจะท้อกันไปหมดแล้ว เหลือแต่เราที่ยังมั่นใจ อย่างน้อยของโอกาสอีกซักครั้ง ฉันจะใช้สิ่งนั้นแน่นอน”
ตฤณยังคงมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม เขาพยายามให้กำลังใจเพื่อนร่วมทีมที่เริ่มจะหมดหวังให้กลับมาพยายามอีกครั้งในช่วงท้ายเกมซึ่งทดเวลาการแข่งขันเพียง 2 นาทีเท่านั้น
“เอาไงดีตฤณ เราทำแทบทุกอย่างยังเจาะไม่เข้าเลย”
เรนาโต้กล่าวด้วยความท้อใจ เขาดูเหนื่อยล้ากว่าใครเพราะพยายามยิงหลายครั้งแต่ยังไม่เป็นประตู
“ขออีกแค่ครั้งเดียวเถอะ นายพยายามครองบอลกับตัวแล้วเอาฟาล์วให้ได้ ฉันคงต้องใช้ สิ่งนั้นแล้วล่ะ”
“ได้ ฉันก็ไม่รู้หรอกกว่าสิ่งนั้นที่ว่าคืออะไรแต่ฉันเชื่อใจนาย”
นาทีที่ 90+1 เหลืออีกเพียงนาทีเดียว เรนาโต้ได้บอลบริเวณกลางสนามระยะประมาณ 40 หลา กองหลังของไลอ้อน U23 เตะพลาดจนเสียฟาล์ว เป็นโอกาสแทบจะสุดท้ายของตฤณเช่นกันที่จะลุ้นประตูชัยเพื่อแชมป์
“นายมั่นใจนะเพื่อน?”
ราดิชเอาบอลมาใส่มือให้ตฤณ ทว่าสิ่งที่นักเตะไทยวัย 30 ปีทำนั้นเพียงแค่หลับตาและนึกถึงการฝึกที่เยอรมัน
“ลูกนี้ใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น จำคำฉันไว้ให้ดีนะ Achtung!(ระวัง) ท่องคำนี้และนึกหน้าฉันเตือนใจตัวเองไว้เลย”
ตฤณจำคำเตือนของดร.ฮันส์ได้เป็นอย่างดี เขาลืมตาขึ้นเผยรอยยิ้มกว้างและพูดคำว่า
“Achtung !” (ระวัง !)
ราดิชแม้ฟังออกเพราะเป็นภาษาเยอรมัน แต่ก็ไม่เข้าใจที่ตฤณสื่อถึงอยู่ดี จึงได้แต่ถอยออกมาให้ตฤณบรรจงวางบอลในแบบที่เขาตั้งใจไว้
“นายจะได้รับเกียรติเป็นคนแรกสำหรับสิ่งนี้เลยนะไนเจล”
ตฤณถอยออกมาเยื้องไปด้านข้าง 5 ก้าว ทุกอย่างในสนามในการรับรู้ของตฤณมีเพียงตัวเขาเอง ลูกบอล และไนเจล เหลียง เท่านั้น ตฤณวิ่งเข้าไปง้างเท้าเต็มแรงราวกับคันธนูที่ถูกน้าวสายอย่างสุดกำลังแล้วบิดเหวี่ยงแรงจากทั้งตัว เท้าซ้ายกระทบบอลด้วยความรุนแรงแต่ก็หยุดแรงเฉื่อยของการเตะลงอย่างรวดเร็ว กล้ามเนื้อตั้งแต่สะโพกลงมาถึงปลายเท้ากระตุกอย่างแรงจนเขาร้องออกมา
“อ๊าก....!”
แต่ที่แรงกว่าคือบอลที่ออกจากเท้าของเขาพุ่งอย่างรวดเร็วราวกับขีปนาวุธ เป็นลูกยิง knuckle ball ที่บอลแทบไม่หมุนแม้แต่น้อย จังหวะที่ข้ามกำแพงนั้นมันส่ายไปทางซ้าย แต่จังหวะที่จะถึงประตูกลับส่ายไปทางขวา
“นี่มันอะไรกัน ลูกยิงนี่บ้าไปแล้ว แต่ฉันจะรับให้ได้ !”
ไนเจล เหลียงแม้มองเห็นวิถีบอลชัดเจน แต่ทันทีที่เขาตั้งใจจะปัดด้วยมือขวา บอลที่ใกล้จะถึงมือเขาในอีก 2 เมตรกลับมุดลงอย่างรวดเร็ว
“ซ่วบ !”
เสียงบอลกระทบตาข่ายดังด้วยความแรงของลูกยิง ทุกคนทั้งนักเตะผู้ชมและผู้บรรยายเกมเงียบไปราวชั่วอึดใจ ก่อนที่จะร้องตะโกนด้วยความดีใจบ้างประหลาดใจบ้าง แต่เสียงของทุกคนนั้นดังสนั่นจนสนามแบบสั่นสะเทือน
“Goal ! นี่มันลูกอะไรครับนี่ เร็วและแรงมากจนมองแทบไม่ทันเลยครับ ตฤณ วายุโชติ ทำได้อีกแล้วครับ นาทีที่ 90+2 แทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ได้ประตูสำคัญขึ้นนำ 1-0 แล้วครับ”
เพื่อนร่วมทีม สต๊าฟโค้ชวิ่งเข้ามากอดตฤณที่นั่งทรุดลงกับพื้น แม้เขาจะเจ็บร้าวตั้งแต่หลังไปจนถึงปลายเท้าซ้ายแต่กลับยิ้มอย่างมีความสุข
“โว้ย! นี่มันลูกอะไรเนี่ย นายสุดยอดมากเลยกัปตัน”
อิสมาเอลพูดขึ้นด้วยความดีใจซึ่งเขาวิ่งมาจากประตูของฝั่งตัวเองเพื่ออุ้มตัวของตฤณขึ้นมาแบก ทุกคนในทีมดีใจกันอยู่นานจนทีมงานผู้ตัดสินต้องรีบเป่านกหวีดเตือนให้กลับไปเริ่มเกมใหม่กันอีกครั้งกับเวลาที่เหลือเพียงไม่กี่วินาที
“นายพาฉันไปยืนตรงตำแหน่งทีเถอะ ฉันเดินเองไม่ไหวแล้ว”
ตฤณเอ่ยปากขอให้อิสมาเอลทำตามที่บอก สีหน้าบ่งบอกถึงความเจ็บปวดอย่างยิ่ง
“จะดีเหรอเพื่อนนายออกไปนอกสนามก่อนดีกว่านะ”
“ไม่เป็นไร ให้ฉันยืนในสนามเถอะ แล้วจบเกมค่อยว่ากัน”
ตฤณกลับไปประจำตำแหน่งและพยายามซ่อนอาการไว้ ซึ่งก็ใช้เวลาเล่นกันต่อไม่นานนักหลังจากนั้น
“ปรี๊ด !”
เสียงนกหวีดยาวเป่าหมดเวลาที่ไพเราะที่สุดในฤดูกาลของทีมแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ ตฤณและเพื่อนร่วมทีมทำสำเร็จ พวกเขาคว้าแชมป์สิงคโปร์พรีเมียร์ลีกได้เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 20 ปี
“ขอบใจนะตฤณนายเป็นทุกอย่างของทีมจริงๆ”
คิมอินซูเข้ามากอดดีใจกับผู้เล่นคนสำคัญของเขาเช่นเดียวกับนักเตะและทีมงานโค้ชคนอื่น หลังการแข่งขันไม่นานนักฝ่ายจัดการแข่งขันเตรียมพิธีรับถ้วยแชมป์เสร็จสิ้น พิธีการทั้งหมดดำเนินไปอย่างชื่นมื่นท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนบอล
“ตฤณ ! ตฤณ! ตฤณ! ๆๆๆๆ”
เสียงเชียร์ลั่นสนามขณะที่เขาถือถ้วยเดินไปพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมไปดีใจกับแฟนบอล หลังบรรยากาศชื่นมื่นจนทุกอย่างจบลง นาฬิกาอัจริยะ ของเขาขึ้นเตือนว่า
“Achtung !”
บ่งบอกว่าร่างกายของเขามีความบอบช้ำอย่างหนัก แต่ว่าตฤณกลับรู้สึกมีความสุขกับความสำเร็จของทีมจนลืมความเจ็บปวดทั้งหลายไปสิ้นแล้ว
“ช่างเถอะ ถึงจะเจ็บแต่ฉันก็ยอมแลก แค่นี้พักซัก 10 วันก็น่าจะหายแต่ด็อกเตอร์คงเฉ่งยับแน่ๆ”
ขณะที่ทุกคนกำลังจะเดินทางกลับ ไนเจล เหลียงบอกกับทีมงานของแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ว่าเขาอยากขอพบกับตฤณซึ่งทีมงานก็อนุญาติโดยดี แม้เขาจะแพ้เกมนี้แต่สีหน้ากลับมีความสุขอย่างประหลาด
“ลูกยิงลูกนี้คุณตฤณตั้งชื่อไว้ไหมครับ”
“อืม ยังหรอกแต่ก็จะเรียก The missile ไปก่อนก็แล้วกัน”
“โธ่! ชื่อเชยชะมัด”
“งั้นฉันตั้งใหม่ Slayer shoot เป็นไง”
“ฮ่าๆ ดูดีขึ้นเยอะครับ ดูเป็นของที่ไว้ปราบบอสดี”
ไนเจล เหลียงเผยรอยยิ้มที่ไม่เคยเห็นมาก่อน จากปกติที่มักจะดูนิ่งและเข้าถึงได้ยาก
“แต่ผมยอมรับว่าไม่มีทางป้องกันมันได้จริงๆ คุณเก่งมากครับ เสียดายก็แต่”
“เสียดายอะไรล่ะไนเจล?”
“นี่เป็นเกมสุดท้ายของผมที่นี่แล้วล่ะ และผมอาจจะไม่ได้แข่งกับคุณอีก”
“นายย้ายทีมสินะไนเจล แต่ฉันว่าเราก็อาจจะได้แข่งกันอีกก็ได้”
“เชื่อผมเถอะครับ ระหว่างเราคงแค่ได้เจอกันแต่คงไม่ได้แข่งกันแน่ครับ”
ตฤณไม่เข้าใจสิ่งที่ไนเจลพูดมากนัก ได้แต่อวยพรให้ไนเจลโชคดีเท่านั้น
“ว่าแต่ นายจะย้ายไปเล่นที่ไหนล่ะไนเจล”
“ผมจะย้ายไปเล่นที่ ไทยลีกครับ”
ไนเจล เหลียงพูดจบก็ขอตัวกลับไปพร้อมกับทีมไลอ้อน U23 ตฤณได้แต่มองตามเขาไปด้วยความคิดหลายอย่าง
“ฉันเองก็อาจจะย้ายกลับไทยลีกเหมือนกัน เราอาจจะได้เจอกันฤดูกาลหน้านะไนเจล”
ตฤณเดินไปยังจุดที่พบกับแฟนบอลมีคนรอถ่ายรูปและขอลายเซ็นต์กับเขาและนักเตะคนอื่นๆมากมาย และหนึ่งในนั้นก็มีหญิงชาวไทยวัย 50 เศษที่ทักเขาก่อนเกมรออยู่ด้วย
“ขอโทษที่ให้รอนะครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะน้องตฤณ วันนี้เล่นดีจริงๆเลย เห็นแบบนี้อยากเห็นน้องไปเล่นที่เมืองไทยซะแล้วล่ะ”
ตฤณยิ้มรับคำพูดของเธอโดยไม่บอกอะไรมากนัก เขาถ่ายรูปกับเธออยู่ 3 รูปแล้วจึงขอตัวกลับไปกับทีม ทว่าก่อนกลับเขานึกเอะใจบางอย่างจึงถามชื่อของหญิงวัยกลางคนๆนี้และอยากคุยกับเธออีกเล็กน้อย
“ว่าแต่พี่สาวชื่ออะไรครับ”
“พี่ชื่อดุจดาวจ้ะ ปิดฤดูกาลถ้ากลับเมืองไทยเราอาจจะมีโอกาสเจอกันนะคะ”
“ครับพี่ดุจดาว แล้วนี่อยู่สิงคโปร์ต่ออีกี่วันครับ”
“พรุ่งนี้ก็กลับแล้วล่ะค่ะ พอดีวันนี้แวะมาทำธุระแทนสามีนิดนึง”
“ครับยังไงก็ขอบคุณมากนะครับที่มาเชียร์”
ตฤณยกมือไหว้ดุจดาวอย่างนอบน้อมก่อนที่จะเดินขึ้นรถของสโมสรกลับไป ระหว่างนั่งรถเขาได้แต่คิดวนในสมอง
“ในที่สุดเราก็เป็นแชมป์ลีกของที่นี่สำเร็จ จากนี้เส้นทางของเราจะเป็นยังไงต่อกันนะ”