"คุณต้องพักแล้วล่ะตฤณ น่าจะหายไม่ทันสัปดาห์นี้ แต่ถ้าฝืนเล่นอาจจะต้องพักเดือนนึงนะครับเลือกเอาก็แล้วกัน"
คริส เฉิน หัวหน้าแพทย์ประจำทีมยื่นคำขาดแก่ตฤณ หลังจากการตรวจร่างกายอย่างละเอียดในวันอาทิตย์ ตฤณทำได้เพียงพยักหน้ารับและถอนหายใจเสียงดังออกมา
"เราคิดว่าตัวเองแกร่งพอมาตลอด พอเจอคู่แข่งที่ตึงมือมากๆอย่างเรย์น่าแล้วต้องเค้นทุกอย่างออกมาสู้ ร่างกายมันก็เริ่มประท้วงซะแล้ว"
ตฤณออกจากห้องตรวจมายังคลับเฮาส์ของสโมสร ในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ซึ่งแม้จะเป็นวันพักแต่ก็มีนักเตะและทีมงานโค้ชมารวมตัวที่นี่เสมอ ส่วนใหญ่มาเพื่อเตรียมตัวไปเวทเทรนนิ่งกัน ซึ่งคิมอินซูให้อิสระแก่ทุกคนเต็มที่ เพราะแต่ละคนมีนาฬิกาอัจฉริยะแบบเดียวกับตฤณซึ่งจะรายงานข้อมูลไปยังโค้ชอยู่แล้ว
"ไงตฤณ! หน้าเบื่อโลกแบบนี้ หมอคริสคงสั่งให้พักล่ะสิ"
คิมอินซูทักทายอย่างเป็นกันเอง ขณะที่กำลังดูแท็บเล็ตของตัวเองอยู่
"ครับโค้ช หมอคริสให้พัก 1 สัปดาห์ครับ"
"ก็น่าเสียดายนะ แต่ไม่ต้องห่วงเกมหน้าพวกเราชนะได้แน่นายพักให้เต็มที่เถอะ"
ตฤณเองนั้นเชื่อใจทีมของตนเองเช่นกัน แม้จะเอาชนะเมอร์ไลอ้อน วอร์ริเออร์ไม่ได้ในเกมที่แล้ว แต่กำลังใจของเพื่อนๆก็ดีขึ้นกว่าเก่าไม่น้อย
"อืม ตฤณมีอีกเรื่องนะแต่ไม่รู้นายจะโอเคเปล่า?"
"เรื่องอะไรครับโค้ช ถ้าไม่เกินความสามารถผมก็ยินดีครับ"
คิมอินซูลุกขึ้นแล้วเดินมาแตะบ่าของตฤณก่อนจะบอกไปว่า
"เพื่อนๆ ในทีม เขาอยากให้นายเป็นกัปตันทีมน่ะ"
ตฤณรู้สึกเย็นวาบที่ศีรษะด้วยความตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน ก่อนจะตอบกลับอย่างสุภาพ
"แต่ชาฟิกก็ทำหน้าที่นั้นดีอยู่แล้วนี่ครับโค้ช"
"หึ... เจ้าชาฟิกนั่นแหละที่เป็นหัวโจกเรื่องนี้เลย เขาว่านายคือผู้นำตัวจริงของทีม ผลงานในสนามล่าสุดก็เห็นอยู่"
ตฤณจนใจที่จะปฏิเสธสิ่งที่โค้ชและเพื่อนร่วมทีมเสนอแก่เขา แม้จะไม่ได้คิดเรื่องความเด่นดังอะไรก็ตาม
"ได้ครับโค้ช ผมจะทำให้ดีที่สุดในหน้าที่นี้เองครับ"
ตฤณยอมรับและได้แต่ย้อนถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา เขาอดที่จะภูมิใจไม่ได้เช่นกันที่ได้รับการยอมรับขนาดนี้
ตลอดสัปดาห์ตฤณทำได้เพียงเข้าโปรแกรมฟื้นฟูเท่านั้น ในช่วงเย็นวันพุธตฤณนึกได้ว่าทีม เฟาเอฟเบ ฮัลเล่อ (VfB Halle) ต้นสังกัดของติอาโก้ในเรกิโอนาลลีกา(ดิวิชั่น 4) มีเกมสำคัญในฟุตบอลถ้วยเดเอฟเบโพคาล (DFB Pokal) พบกับทีม เวสต์ฟาเล่น 2 ซึ่งเป็นทีมสำรองและเยาวชนของเบเฟา เวสต์ฟาเล่น (BV Westfalen) ทีมดังในบุนเดสลีกาอีกด้วย
"เราเองก็ไม่มีโปรแกรมช่วงเช้ารีบนอนตอน 2 ทุ่มแล้วตื่นมาดูก็ได้นะแข่งตี 2 ก็น่าจะได้นอนเต็มที่อยู่"
ตฤณถอด compression boots ที่ช่วยฟื้นฟูขาทั้ง 2 ข้างออกพร้อมมองนาฬิกาที่เวลาเดินมาถึง 1 ทุ่มแล้วรีบไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวเข้านอนตามแผนที่วางเอาไว้และตั้งนาฬิกาปลุกไว้ที่ 1.30 น.
“ตื่นเต้นชะมัด เกมลีกของติอาโก้ไม่มีการถ่ายทอดสดให้ดูอยู่แล้ว มีแต่คลิปสั้นๆตั้งกล้องถ่ายกันเองที่ดูแล้วปวดตา ต้องหวังจากเกมฟุตบอลถ้วยนี่ล่ะถึงจะได้ดู”
ตฤณนอนหลับได้อย่างไม่ยากนักและตื่นมาก่อนเวลาที่ตั้งเอาไว้ 20 นาที เขาจัดการเชื่อมต่อสัญญาณสตรีมมิ่ง บรรยากาศของเกมการแข่งขันแม้จะเป็นการพบกันของทีมเล็กๆ แต่ก็คับคั่งไปด้วยแฟนบอลกว่า 5,000 คน
“ทีมของติอาโก้เล่นเป็นทีมเยือนด้วย งานนี้ไม่ง่ายแน่ๆ”
ตฤณตรวจดูผังรายชื่อของทั้ง 2 ทีมพบว่าเจ้าถิ่นอย่างเวสต์ฟาเล่น2 นั้นเต็มไปด้วยนักเตะอายุน้อยที่ถูกคาดหมายว่าจะเป็นนักเตะฝีเท้าดีอยู่หลายคน
“นายจะทำยังไงล่ะติอาโก้ อยากเห็นจริงๆว่าผลของการฝึกกับด็อกเตอร์ตลอด 5 ปีนี้เป็นยังไง”
ทั้ง 2 ทีมลงสนามในเวลา 2.00 น. ผู้เล่นของทั้งคู่ต่างสูงใหญ่ตามมาตรฐานเยอรมัน มีเพียงติอาโก้เท่านั้นที่ดูต่างจากคนอื่น เขาสูงเพียง 170 ซม. แต่ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้าม ช่วงตัวยาวแต่ช่วงขาสั้นกว่าต้นขานั้นใหญ่จนคับขากางเกงอย่างชัดเจน มองเผินๆ คล้ายนักกีฬาประเภทอื่นที่ไม่ใช่ฟุตบอล
"เฮ้! ไอ้ตัวเล็กกล้ามโตนั่นใครวะมาผิดสนามหรือเปล่า แข่งยกน้ำหนักไปทางโน้นไป"
แฟนบอลเจ้าถิ่นตะโกนล้อเลียน นักเตะชาวบราซิลกันอย่างสนุกสนาน
"อดทนไว้นะเพื่อนพวกแฟนบอลฝ่ายตรงข้ามมันกก็ปากเสียแบบนี้ล่ะ ใช่ว่านายจะโดนแบบนี้ครั้งแรก"
มิชาเอล ลินเดอร์มันน์ กองกลางกัปตันทีมฮัลเล่อวัย 30 ปี พยายามไม่ให้ติอาโก้มีอารมณ์โกรธกับแรงยั่วยุของกองเชียร์มากนัก
"ผมไม่สนใจอยู่แล้วครับกัปตัน เดี๋ยวจะแสดงให้ดูเองว่าเตี้ยตันแบบผมทำอะไรได้บ้าง"
ติอาโก้หันมายิ้มอย่างอารมณ์ดีและไม่รู้สึกกดดันแต่อย่างใด
"ปรี๊ด!"
สัญญาณเริ่มเกมจากผู้ตัดสินดังขึ้น เวสต์ฟาเล่น 2 ที่เต็มไปด้วยดาวรุ่งพรสวรรค์สูงทำเกมบุกใส่อย่างหนักทันที นำโดยโอลิเวอร์ ยุงเคอร์ ดาวเตะวัย 20 ปี
"กัปตัน! ผมจัดการเอง"
ติอาโก้เข้าเบียดปะทะกับยุงเคอร์ที่กลางสนาม แม้จะเสียเปรียบด้านร่างกายในสายตาผู้ชม แต่ในระหว่าง 2 คนนี้กลับรู้ดีว่าใครกันที่ได้เปรียบ
"ไอ้ล่ำนี่แรงเยอะชะมัด เราไปต่อแทบไม่ได้แล้ว"
ยุงเคอร์ตัดสินใจจะส่งบอลให้เพื่อน แต่ว่าติอาโก้กลับเบียดจนเขาเสียหลัก นักเตะชาวบราซิลตัดบอลได้และไม่รีรอนาน เขาควบตะบึงไปกับบอลด้วยความเร็ว แรงระเบิดจากกล้ามเนื้อขาส่งให้เขาวิ่งไปในพื้นที่อันตรายในไม่กี่อึดใจ
"เข้าระยะทำการพอดี"
ติอาโก้พาบอลมาถึงระยะ 25 หลา ก่อนที่ผู้เล่นของเวสต์ฟาเล่น 2 กำลังจะตามมาทัน กองกลางชาวบราซิลตัดสินใจส่องไกลด้วยเท้าขวาสุดแรง
"ตูม!"
บอลพุ่งระดับหัวเข่าทแยงมุมจากขวาไปซ้าย ผ่านผู้เล่นของเจ้าถิ่นที่ยืนบังทางไปเป็นเส้นตรงไม่ติดไซด์แม้แต่น้อย ลูกบอลพุ่งเข้าเสียบมุมบนจนตาข่ายแทบขาด ฮัลเล่อพลิกนำตั้งแต่นาทีที่ 2 เท่านั้น
"สุดยอดเลย Der panzer! (เจ้ารถถัง)"
เพื่อนร่วมทีมฮัลเล่อต่างเข้ามาดีใจกับนักเตะวัย 23 ปี ขณะที่เสียงเหยียดของแฟนบอลเจ้าถิ่นกลับเงียบลงไปราวกับเหลือเพียงอัฒจันทร์ที่ว่างเปล่า
"นายเก่งขนาดนี้เลยเหรอติอาโก้ ลูกยิงนั่นมันแรงกว่าฉันเยอะเลยนะ"
ตฤณรู้สึกตาสว่างหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง แม้เขาเองเคยฝึกร่วมกับติอาโก้มาบ้าง แต่ยังรู้สึกว่ารุ่นน้องคนนี้ใช้เวลาไม่นานก็พัฒนาอย่างก้าวกระโดดแล้ว
"เวลายังอีกเยอะ เราไม่แพ้หรอก"
ยุงเคอร์ซึ่งเป็นนักเตะตัวชูโรงของทีมยังคงไม่ยอมแพ้และเหล่านักเตะดาวรุ่งฝีเท้าดีทำให้ทีมเจ้าบ้านคุมเกมไว้ได้ทั้งหมด ขณะที่ฮัลเล่อทำได้เพียงถอยไปตั้งรับในแดนเท่านั้น
"ทีมของติอาโก้เป็นแค่ทีมกึ่งอาชีพ ยังไงก็สู้ลำบากมีแต่ต้องเล่นอย่างอดทนรักษาสกอร์ที่นำอยู่ให้ได้"
ตฤณรู้ข้อจำกัดของทีมฮัลเล่อดี หลายคนทำงานอื่นเลี้ยงชีพและเล่นฟุตบอลไปด้วย ทักษะความสามารถจึงด้อยกว่าคู่แข่งโดยสิ้นเชิง แต่ทีมนี้กลับต่อสู้อย่างกล้าหาญ โดยมีติอาโก้เป็นหัวใจในแดนกลาง แม้จะดูตัวเล็กกว่าใครแต่กลับจัดการมิดฟิลด์ของเวสต์ฟาเล่น 2 ได้ทั้งหมด
"เจ็บใจนัก เจ้าล่ำนี่เป็นใครกัน ฝีเท้าของมันเล่นในลีกา 3 เหมือนเรายังได้แบบสบายๆ เลย"
ยุงเคอร์ซึ่งเคยมีดีกรีเป็นถึงทีมชาติเยอรมัน ชุด U16 เริ่มตัดพ้อกับเกมที่ยากลำบากของตัวเอง ติอาโก้ในตำแหน่งมิดฟิลด์ box-to-box (ช่วยทั้งเกมรับในแดนและเติมเกมบุกเพื่อยิงประตู) เขาเคลื่อนที่ได้เร็วและกัดไม่ปล่อยในเกมรับขณะเดียวกันลูกยิงไกลของเขานั้นสร้างปัญหาให้กับแนวรับเวสต์ฟาเล่น 2 อย่างหนัก
“เราเองขอแค่อยู่ในระยะไม่เกิน 40 หลาก็ยิงฟรีคิกได้ทุกตำแหน่ง ส่วนติอาโก้กลับยิงไกลได้ลุ้นทุกลูกถ้าอยู่ในระยะ 30 หลา”
ตฤณดูเกมและวิเคราะห์รุ่นน้องคนสนิทอย่างตั้งใจ จนเขาคิดได้เรื่องหนึ่งและเผลอตัวยิ้มออกมา
“ดูเหมือนด็อกเตอร์จะพัฒนาให้เราเป็นขีปณาวุธส่วนติอาโก้คือรถังสินะ ถ้าอาวุธ 2 อย่างนี้มาใช้ด้วยกันจะสนุกขนาดไหนนะ”
เกมครึ่งแรกจบลงโดยที่เฟาเอฟเบ ฮัลเล่อบุกมาขึ้นนำเวสต์ฟาเล่น 2 อยู่ 1-0 ท่ามกลางอากาศที่เริ่มเย็นลงเรื่อยๆ
“ไม่รู้ว่าพี่ได้ดูรึเปล่านะครับ เดี๋ยวครึ่งหลังผมจะแสดงพัฒนาการของผมให้ดูอีก”
ติอาโก้คิดในใจขณะพักในห้องพักนักกีฬาโดยที่ตัวเขาเองยังไม่รู้สึกเหนื่อยมากนัก และเกมการเล่นในครึ่งหลังก็เริ่มหลังจากนั้นไม่นาน
“ต้องเอาคืนให้ได้ ฉันเองจะได้เล่นในบุนเดสลีกาฤดูกาลหน้าอยู่แล้ว จะมาแพ้ทีมอ่อนชั้นแบบนี้ได้ไงกัน”
ยุงเคอร์ตั้งใจมากกว่าเดิมเขาดันตำแหน่งตัวเองขึ้นสูงการไปกับบอลของเขาจัดว่าเป็นของจริงฝีเท้าของเขานั้นโดดเด่นกว่าใครในทีม แต่การต้องถูกประกบโดยติอาโก้ทำเอาดาวรุ่งพุ่งแรงอย่างเขาเจอปัญหาอย่างหนัก
“ไอ้เบอร์ 8 นี่ทำเอาเราต้องจ่ายคืนหลังตลอด ส่งบอลแนวลึกหรือพาบอลไปเองแทบไม่ได้เลย”
ยุงเคอร์กัดฟันกรอดพร้อมเร่งฝีเท้าหนีเพื่อหาจังหวะยิงในระยะ 25 หลา ระหว่างที่เท้าของเขากำลังง้างเพื่อจะยิง ติอาโก้กลับเข้ามาบังทางไว้พร้อมแซะบอลจากเท้าไปได้ แต่เท้าที่ง้างเตะไปแล้วนั้นหยุดไม่ทัน แข้งขวาของยุงเคอร์หวดเข้าที่ขาของติอาโก้เขาอย่างจัง
“อ๊าก!”
แทนที่คนเจ็บจะเป็นติอาโก้แต่กลับเป็นยุงเคอร์ที่กลับต้องลงไปนอนกับพื้นด้วยความเจ็บปวด ผู้ตัดสินจำเป็นต้องเป่าหยุดเกมเพื่อดูอาการของกองกลางดาวรุ่งผู้นี่
“เป็นไงบ้างพวกฉันไม่ได้ตั้งใจให้นายเจ็บหรอกนะ”
ติอาโก้ก้มลงไปดูอาการของยุงเคอร์ที่กุมหน้าแข้งของตัวเองพร้อมกับช่วยดูอาการเบื้องต้นให้แก่เขา
“คงไม่ถึงกับหักหรอก ว่าแต่นายไม่เป็นอะไรเลยรึไงกัน ฉันหวดไปไม่ได้ยั้งเลยนะ”
ติอาโก้นั้นหน้าตานิ่งเฉยและลองตรวจจับหน้าแข่งของคู่แข่งรายนี้ ความรู้ด้านเวชศาสตร์การกีฬาของเขาทำให้รู้ได้ไม่ยากว่าอาการของยุงเคอร์แม้ไม่หนักแต่ก็คงเล่นต่อได้ยาก
“ไม่ต้องห่วงฉันหรอกเพื่อนนายเองก็รีบปฐมพยาบาลเถอะ”
ทีมแพทย์สนามพายุงเคอร์ออกไปและเขาเองก็ไม่สามารถเล่นต่อได้ ทีมเวสต์ฟาเล่น 2 ที่เสียกำลังหลักอย่างยุงเคอร์ไปทำให้ประสิทธิภาพลดลงอย่างมากเปิดโอกาสให้ฮัลเล่อทำเกมสวนกลับได้หลายครั้ง โดยติอาโก้เคลื่อนที่สร้างเกมรุกกดดันจนทีมเจ้าบ้านต้องลงไปตั้งรับแต่ฝ่ายเดียว
“จัดการต่อเลย”
ลินเดอร์มันน์ตัดบอลจากคู่แข่งได้และจ่ายบอลทะลุให้ติอาโก้ที่วิ่งไปยังระยะ 40 หลาจากประตูคู่ต่อสู้เขาโยกขยับเพียงเล็กน้อยก็หลบการสกัดของผู้เล่นทีมเวสต์ฟาเล่น 2 ได้
“ใกล้แล้วระยะหวังผล” ติอาโก้พลิกตัวด้วยความเร็วแล้วเลี้ยงบอลจากกลางสนามวิ่งเป็นแนวเส้นตรงจนถึงระยะห่างประตูคู่แข่ง 30 หลาเขาชำเลืองมองเพียงชั่วพริบตาก็เห็นช่องที่เปิดไว้ให้ยิงฝ่าไปได้
“เห็นชัดเลยมันต้องช่องนี้เท่านั้น ไม่มีตัวประกบแล้วด้วยเสร็จฉันล่ะ”
ติอาโก้ง้างเท้าขวาเตะฟุตบอลเต็มแรง บอลไม่พุ่งสูงไม่เกินหัวเข่า แต่แหวกผ่านผู้เล่น เวสต์ฟาเล่น 2 ทุกคนก่อนจะเด้งพื้นหนึ่งครั้งและเสียบมุมซ้ายอย่างสวยงาม
“Tor !..... เข้าไปแล้วครับ ลูกยิงไกลทั้งเร็วและแรงของ ติอาโก้ ชมิดท์”
ผู้บรรยายในสนามถึงกับตะลึงกับการยิงไกลลูกนี้ เช่นเดียวกับผู้ชมในสนามราว 5,000 คนเช่นกัน เฟาเอฟเบ ฮัลเล่อนำห่าง 2-0
เพื่อนร่วมทีมนั้นต่างวิ่งมาฉลองประตูที่ 2 กับติอาโก้ที่ยิงได้อย่างสวยงามและเข้าใกล้ชัยชนะมากขึ้น แต่เขากลับแยกตัวมาคนเดียวที่กล้องถ่ายทอดสดพร้อมกับทำท่าชี้มาที่ตัวเองแล้วพูดกับกล้องว่า
“Siehst du, oder? (คุณเห็นใช่ไหม?)”
ตฤณรับรู้ได้ว่ารุ่นน้องคนสนิทส่งสาส์นมาถึงตัวเขาเอง
“ใช่ ฉันเห็นเต็มตาเลยล่ะติอาโก้”
ตฤณที่นั่งชมเกมอยู่ในที่พักตอบรับสิ่งนี้ในใจ และรู้สึกชื่นชมการเล่นของติอาโก้มาก “ง่ายแต่มีประสิทธิภาพ ไม่หวือหวาแบบนักเตะบราซิลทั่วไป ออกจะแข็งทื่อเกินไปด้วยซ้ำ แต่ใครจะสนล่ะ รถถังมีหน้าที่บุกไปข้างหน้าและยิงถล่มเท่านั้นนี่”
เกมยังคงตกเป็นของฮัลเล่อที่เริ่มได้ใจ แม้จะยังทำประตูเพิ่มไม่ได้ แต่ลูกยิงไกลของติอาโก้นั้นสร้างเสียงฮือฮาให้กับแฟนบอลได้ทุกครั้ง จนเริ่มมีแฟนบอลเจ้าถิ่นบางคนเริ่มอยากให้เกมจบเร็วกว่านี้บ้างแล้วเพราะไม่อยากถูกยิงเพิ่ม
“ฉันน่ะถูกคนอื่นตัดสินมาตลอดว่าร่างกายแบบนี้ไม่เหมาะกับฟุตบอล ไปเล่นกีฬาอื่นดีกว่า มีแค่ด็อกเตอร์กับพี่ตฤณนี่ล่ะที่เชื่อในตัวฉันมาตลอด วันนี้ล่ะได้เจอกับคู่แข่งที่ไม่ใช่ระดับเดียวกัน เป็นโอกาสที่ฉันจะแสดงให้เห็นแล้วว่ารูปร่างแบบฉันก็ทำได้”
ติอาโก้ยังคงเลี้ยงบอลทื่อๆแต่แข็งแกร่ง หากมีใครพยายามแย่งจากเขาๆก็ทำเพียงหยุดและให้ชนกันตรงๆ จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำการฝึกสมดุลร่างกายมาอย่างช่ำชองบวกกับกล้ามเนื้อทีแข็งแกร่งกว่าใคร ทำให้คู่แข่งที่ชนกลับเขากลับต้องเสียหลักล้มไปเอง
“เอาไอ้เบอร์ 8 ไม่อยู่แล้ว!”
ผู้เล่นของเวสต์ฟาเล่น 2 ต่างเรี่ยวแรงยุบลงไปเมื่อพยายามจัดการกับกองกลางตัวเล็กชาวบราซิล เวลาล่วงมาถึงท้ายเกมติอาโก้เริ่มสังเกตว่ากองหลังของเจ้าบ้านเริ่มปิดช่องไม่ให้เขายิง แม้สกอร์ที่นำ 2 ประตูกับเวลาที่เหลือเพียง 2 นาทีจะแทบการันตีชัยชนะของพวกเขาแล้ว แต่ติอาโก้ยังกระหายในชัยชนะอยู่
“พวกเขากังวลกับการยิงไกลของเราเลยเลือกจะบีบโซนการยืนเกมรับแคบลงสินะ”
ติอาโก้มองเห็นลินเดอร์มันน์ที่วิ่งขนาบข้างมาจึงคิดแผนได้
“กัปตันทำตามที่เราเคยซ้อมเลยครับ”
เขาส่งบอลให้ลินเดอร์มันน์ก่อนจะฉีกไปยังด้านขวา ผู้เล่นของเวสต์ฟาเล่น 2 พยายามแย่งบอลจากลินเดอร์มันน์แต่กัปตันทีมฮัลเล่อกลับชิปบอลคืนไปให้ติอาโก้ที่ไปโผล่อยู่ตรงริเส้นฝั่งขวาอย่างรวดเร็ว
“โชว์ให้ดูทีนะเพื่อนลูกที่ซ้อมกันมาน่ะ”
บอลจากลินเดอร์มันน์ไปถึงติอาโก้อย่างแม่นยำ กองกลางชาวบราซิลไม่รอช้าเขาสับไกราวกับตั้งใจยิงแต่บอลที่พุ่งแรงแหวกแนวรับเจ้าบ้านนั้นมีปีเตอร์ ครอว์ซอฟสกี้กองหน้าร่างยักษ์ของฮัลเล่อพุ่งเข้าชาร์จทำประตูให้ทีมของเขาออกนำห่าง 3-0 ในนาทีที่ 90+3
“นายทำให้ฉันทึ่งจริงๆติอาโก้”
ตฤณทึ่งในความสามารถของเพื่อนรุ่นน้องคนนี้จนเลือดในร่างกายสูบฉีดแรง เขาชื่นชม ดร.ฮันส์ที่ขัดเกลาจุดเด่นด้านความแข็งแกร่งของร่างกายและการประยุกต์ลูกยิงอันทรงพลังเป็นการจ่ายบอลที่เร็วและแม่นยำของติอาโก้ออกมาได้
“นายไม่ต้องเลี้ยงบอลเก่งหลบได้ 2 คน แต่เลือกชนตรงๆด้วยความแข็งแกร่งแทน การจ่ายบอลจังหวะ Transition เหนือกว่าเราไป 2 ขั้นเลยด้วยซ้ำ ยังไม่นับลูกยิง 2 ลูกนั่นอีก”
เกมจบลงที่ เฟาเอฟเบ ฮัลเล่อ ชนะเวสต์ฟาเล่น 2 ไป 3-0 หลังจบเกมทีมงานถ่ายทอดสดเข้ามาสัมภาษณ์เขาหลังเกมเพราะเป็นแมนออฟเดอะแมตซ์อีกด้วย
“รู้สึกยังไงบ้างครับที่ทำได้ 2 ประตูกับ 1 แอสซิสต์”
พิธีกรภาคสนามยิงคำถามถึงผลงานที่ยอดเยี่ยมในวันนี้ทันที
“ดีใจครับ ก็หวังว่าจะทำได้อีกทั้งในลีกและเดเอฟเบโพคาลรอบต่อไป”
“มีอะไรจะฝากถึงแฟนบอลไหมครับ”
ติอาโก้ยิ้มและมองกล้องราวกับอย่างสื่อสารถึงตฤณที่เฝ้าดูเกมนี้อยู่เช่นกัน
“ฝากถึงเพื่อนแดนไกลก็แล้วกันครับ ถ้าคุณดูอยู่นี่คือพัฒนาการของผม หวังว่าอนาคตเราจะได้เจอกันอีกครับ”
ตฤณที่นั่งชมเกมอยู่ในอีกมุมหนึ่งของโลก ยินดีด้วยความยินดีกับคำพูดนั้นอย่างเต็มหัวใจ
“ดูเหมือนจุดแข็งของนายคือการไม่ล้มง่ายๆแล้วยังมีลูกยิงที่ทรงพลังสินะ”
ตฤณหยิบโทรศัพท์ของตัวเองมาดูรูปสมัยที่พวกเขาทั้ง 2 เข้ามาฝึกในโปรแกรมของดร.ฮันส์ใหม่ๆ และเผยรอยยิ้มออกมา
“เราทั้งคู่เกือบจะล้มเลิกความฝันในเส้นทางนี้เหมือนกัน แต่ด็อกเตอร์ก็มาช่วยขัดเกลาจุดแข็งของเราให้คมกริบเพื่อทดแทนเวลาที่เสียไป วันนึงไม่ฉันก็นายคงได้ทำให้วงการฟุตบอลได้เห็นว่า คนที่ไม่ทิ้งฝันมันกลับมาได้เสมอแม้ใครหลายคนจะมองว่าสายเกินไป”
ตฤณปิดทีวีและเอนหลังลงเพื่อที่จะหลับพักผ่อน แม้เขาจะเห็นว่าเวลาล่วงเลยมาถึงตี 4 แล้ว แต่อะดรินาลีนในร่างกายนั้นกลับพุ่งพล่านจนเขายากที่จะข่มตาหลับลงได้เพราะการเล่นของติอาโก้นั้นสร้างความตื่นเต้นจนเขาอยากจะหายเจ็บให้เร็วขึ้นเพื่อลงสนามอีกครั้ง
“ฉันเชื่อนะว่านายกับฉันมันจะต้องได้เจอกันในสนามไม่ว่าในฐานะใดก็ตาม ฉันจะรอวันนั้นนะติอาโก้”