หิมะด้านนอกตกลงมาไม่หยุด
ขาว หนา เงียบ
เหมือนเมืองทั้งเมืองกำลังถูกปิดทับด้วยกองหิมะ
เคล วอสส์ เดินออกมาจากห้องแลบคนเดียว แฟ้มในมือยังไม่ถูกเปิด ฝีเท้าสม่ำเสมอ ไม่รีบ ไม่ลังเล เหมือนทุกก้าวถูกคิดไว้ล่วงหน้าแล้ว
ทางเดินกระจกยาวด้านข้างสะท้อนหิมะสีขาวออกมาจนห้องโถงทั้งหมดดูเย็นกว่าความเป็นจริง
อีวาน เดรย์ เดินเทียบมาข้าง ๆ โดยไม่มีคำทักทาย
“วันนี้นายเงียบกว่าปกติ”
“ปกติก็ไม่ได้พูดอยู่แล้ว”
“แต่นายไม่เคยเสียจังหวะ”
อีวานไม่ได้หันมอง สายตาเลื่อนไปที่แฟ้มในมือเคล
“เมื่อกี้…นายหยุด”
เคลเงียบ
เพียงเสี้ยววินาที แต่อีวานจับได้
“เพราะนายไม่เคยเป็นแบบนั้น”
คำพูดนั้นไม่หนัก
แต่ก็ไม่เบาพอจะปล่อยผ่าน
เคลไม่ตอบ
อีวานเลยไม่ได้ถามต่อ
ทั้งคู่เดินเคียงกันไปเงียบ ๆ จนกระทั่งสายตาของอีวานเลื่อนไปด้านหลัง
แล้วหยุด
เสียงฝีเท้าอีกคู่ดังขึ้น
ไม่รีบ
ไม่แผ่วเบาพอจะเรียกว่าบังเอิญ
“คุยอะไรกัน”
ริฟเวน โซลต์
เขาเดินเข้ามาในระยะที่ไม่มีเหตุผลต้องใกล้ขนาดนั้น แต่ก็ยังยืนอยู่ตรงนั้น มือสอดกระเป๋ากางเกง หัวเอียงเล็กน้อย สายตามองเคล ก่อนหันไปหาอีวาน
เคลหันไปมองเขา
“ไม่เกี่ยวกับนาย”
“ยังไม่ได้ถามนายเลย”
อีวานมองสลับสองคนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดเรียบ ๆ
“เดี๋ยวมา”
เหมือนตั้งใจทิ้งพื้นที่ไว้ อีวานเดินออกไปโดยไม่รอคำตอบ
เขาไม่ได้โง่พอจะยืนอยู่ตรงกลางบรรยากาศแบบนั้นต่อ และยิ่งรู้จักริฟเวนมากพอจะดูออกว่า อีกฝ่ายไม่ได้อยากคุยกับเขาในตอนนี้
อีวานเลยเลือกถอยออกมาเอง
เหลือแค่สองคน
กับเสียงหิมะที่ตกกระทบกระจกเบา ๆ
ริฟเวนเอนพิงกระจก กอดอก สายตาไม่ละจากเคลแม้แต่น้อย
“ทำหน้าแบบนี้อีกแล้ว”
“แบบไหน”
“เหมือนทุกอย่างนายเอาอยู่”
เขาพูดช้า ๆ เสียงต่ำลงกว่าเดิม
“ทั้งที่จริง ๆ มันไม่ใช่เลย”
เคลหรี่ตาลง
“มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับนาย”
ริฟเวนหัวเราะเบา ๆ
ก่อนขยับเข้ามาอีกก้าวเดียว
แค่ก้าวเดียว
แต่ระยะห่างระหว่างสองคนเปลี่ยนทันที
ใกล้พอให้รู้สึกถึงอุณหภูมิของอีกฝ่าย
ใกล้พอให้ได้ยินลมหายใจ
เคลไม่ถอย
แต่ปลายนิ้วที่ถือแฟ้มเกร็งขึ้นเล็กน้อย
“งั้นพิสูจน์สิ”
“ถอย”
เคลพยายามควบคุมเสียงตัวเองให้เรียบที่สุด
“ไม่”
คำเดียว
ไม่ลังเล
ไม่เล่น