ความเงียบระหว่างสองคน ทำให้ภาพบางอย่างในความทรงจำแทรกเข้ามา
แสงไฟสีทองจากแชนเดอเลียร์
เสียงแก้วชนกัน
เสียงเสื้อสูทเสียดสีตอนผู้ใหญ่หมุนตัวทักทายกัน
เคลในวัยสิบหกยืนอยู่ข้างพ่อ เสื้อเชิ้ตเรียบ เนกไทถูกผูกอย่างสมบูรณ์แบบ ใบหน้านิ่งสนิทแบบที่ถูกฝึกมาอย่างดี
อีกฝั่งของห้อง ริฟเวนพิงกำแพงอยู่ เนกไทคลายหลวมจนดูเหมือนเพิ่งถูกดึงออก เสื้อเชิ้ตแทบหลุดออกมานอกกางเกง เขายืนดื่มไวน์เงียบ ๆ ราวกับสายตาของพ่อที่มองมาไม่มีผลอะไรกับเขาเลย
แล้วในจังหวะที่ผู้ใหญ่เริ่มคุยธุรกิจกันจริงจัง เคลก็เดินเลี่ยงออกมา
ริฟเวนวางแก้วไวน์ลงทันที
แล้วเดินตามเขาไปที่ระเบียงทางเดิน
สายตาคู่นั้นจ้องเขาตรง ๆ แบบไม่คิดจะหลบ
“อย่าจ้องแบบนั้น”
เคลพูดเบา ๆ
“แล้วถ้าไม่หยุดล่ะ”
ไม่มีคำตอบ
กลับมาที่ปัจจุบัน
ริฟเวนโน้มตัวลงเล็กน้อย
ไม่มาก
แต่พอให้ระยะหายไปอีกนิด
สายตาของเขาไม่เล่นแล้ว
ไม่กวน
ไม่มีรอยยิ้มแบบเดิม
มันเป็นแบบอื่น
เคลหยุดหายใจไปชั่ววินาที
ลมหายใจของอีกฝ่ายอยู่ใกล้จนรับรู้ได้ชัดเกินไป
“นาย—”
คำพูดยังไม่ทันจบ
ริฟเวนก็หยุด
ไม่ขยับต่อ
แต่ก็ไม่ถอย
เขาเพียงหยุดอยู่ตรงนั้น
ตรงเส้นบาง ๆ ที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าวาดมันไว้ตั้งแต่เมื่อไร
ความเงียบยืดยาวออกไปอีกสองวินาที
นานกว่าที่ควร
ก่อนมุมปากของริฟเวนจะยกขึ้นช้า ๆ
“ครั้งนี้…พอแค่นี้ก่อน”
เสียงต่ำ
อันตราย
และฟังเหมือนสัญญาที่ไม่ได้ถามความสมัครใจของอีกฝ่ายเลยสักนิด
เคลไม่ตอบ
สายตาเขายังนิ่ง
แต่บางอย่างในนั้นไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
มันไม่ใช่ความเย็นชาแบบเดิม
มันเป็นอะไรบางอย่างที่เขาเลือกไม่เรียกชื่อ
เสียงฝีเท้าดังขึ้น
นุ่ม
สม่ำเสมอ
เข้ามาในระยะที่พอดี
“ขอโทษนะครับ”
โนอาห์ เวล ยืนอยู่ห่างออกไปสองก้าว
ระยะที่ไม่ใกล้เกินไป
ไม่รุกล้ำจนอีกฝ่ายอึดอัด
ระยะที่เหมือนคำนวณมาอย่างดี
เขามองแค่เคล
เหมือนไม่สนว่าริฟเวนจะยืนอยู่ตรงนั้นหรือไม่
“อาจารย์เรียกให้ไปคุยงานนิดหน่อย”
น้ำเสียงเรียบ อ่อนโยน สุภาพ เหมือนปกติ
ไม่ได้เร่ง
ไม่ได้กดดัน
เคลถอยออกหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
“ได้”
ริฟเวนมองภาพนั้นเงียบ ๆ
โนอาห์ยังคงไม่มองเขา
ไม่ได้ท้าทาย
ไม่แม้แต่จะให้ความสนใจ
และนั่นแหละ
ที่ทำให้ริฟเวนไม่ชอบ
เขาไม่ชอบคนที่ไม่ตอบสนอง
ไม่ชอบคนที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเองไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น
“เดี๋ยว”
เสียงของริฟเวนดังขึ้นเรียบ ๆ
แต่หยุดทุกอย่างได้ทันที
ริฟเวนก้าวเข้ามาอีกก้าว
ไม่มาก
แต่ชัดเจน
สายตาเลื่อนไปที่โนอาห์
“ทำไมต้องพาเคลไปคนเดียว”
“เพราะอาจารย์เรียก”
โนอาห์ตอบเรียบ ๆ
“โครงการนี้เราเป็นคู่กัน”
ริฟเวนเหลือบมองเคลแวบหนึ่ง ก่อนหันกลับมา
“หรืออาจารย์ลืมว่าฉันอยู่ด้วย”
“เรื่องนี้เกี่ยวกับผมกับเคล ไม่ได้เกี่ยวกับคุณ”
โนอาห์ตอบนิ่ง ๆ
ไม่มีอารมณ์
ไม่มีรอยยิ้ม
ไม่มีการยอมรับหรือปฏิเสธ
แค่ตอบตามที่อาจารย์สั่งมาเท่านั้น
ริฟเวนหรี่ตาลง
กำมือแน่นขึ้นช้า ๆ
เหมือนโดนชกกลางอากาศโดยไม่ทันตั้งตัว
“ไปกันเถอะ”
โนอาห์หันกลับมาพูดกับเคล
เคลพยักหน้า
แล้วเดินออกไป
โดยไม่ได้หันกลับมามองริฟเวนเลย
โนอาห์เดินตามในระยะห่างพอดี
ฝีเท้าไม่เร่ง
ทุกอย่างดู…เป็นธรรมชาติเกินไป
ริฟเวนยืนมองสองคนที่เดินหายไปสุดโค้งทางเดิน
อีวานที่ยืนอยู่ไม่ไกลมองภาพนั้นเงียบ ๆ
ไม่ได้คิดจะเข้ามายุ่ง
“น่ารำคาญชะมัด”
ริฟเวนบ่นเบา ๆ ระบายความหงุดหงิดที่ยังค้างอยู่ในใจ
สายตาเขายังไม่ละจากทางเดินเส้นนั้น
มีบางอย่างที่เขาไม่ชอบในภาพเมื่อครู่
ในระยะห่างระหว่างสองคนนั้น
ในท่าทางของเคลที่เดินออกไปโดยไม่คิดจะหันกลับมามองเขาสักนิด
เขาไม่อยากให้เคลไปกับคนอื่น
ริฟเวนมองออกไปยังหิมะนอกกระจก
หิมะยังคงตกเงียบ ๆ เหมือนเดิม
“...ไม่ให้ไป”
เสียงเบาแทบไม่ต่างจากลมหายใจ
แต่ออกมาจากปากเขาจริง ๆ
และนั่นเป็นครั้งแรกที่ริฟเวน โซลต์ เริ่มรู้สึกว่า
เขา—
“ไม่อยากปล่อยเคลไปจริง ๆ”