ถ้าฉันไม่เรียก...ในวันที่เราห่างกันเกินไป

ตอนที่ 5: คนที่ไม่ควรปล่อยให้เข้าใกล้

👁️ 1 อ่าน

ความเงียบระหว่างสองคน ทำให้ภาพบางอย่างในความทรงจำแทรกเข้ามา

 

แสงไฟสีทองจากแชนเดอเลียร์

เสียงแก้วชนกัน

เสียงเสื้อสูทเสียดสีตอนผู้ใหญ่หมุนตัวทักทายกัน

เคลในวัยสิบหกยืนอยู่ข้างพ่อ เสื้อเชิ้ตเรียบ เนกไทถูกผูกอย่างสมบูรณ์แบบ ใบหน้านิ่งสนิทแบบที่ถูกฝึกมาอย่างดี

อีกฝั่งของห้อง ริฟเวนพิงกำแพงอยู่ เนกไทคลายหลวมจนดูเหมือนเพิ่งถูกดึงออก เสื้อเชิ้ตแทบหลุดออกมานอกกางเกง เขายืนดื่มไวน์เงียบ ๆ ราวกับสายตาของพ่อที่มองมาไม่มีผลอะไรกับเขาเลย

แล้วในจังหวะที่ผู้ใหญ่เริ่มคุยธุรกิจกันจริงจัง เคลก็เดินเลี่ยงออกมา

ริฟเวนวางแก้วไวน์ลงทันที

แล้วเดินตามเขาไปที่ระเบียงทางเดิน

สายตาคู่นั้นจ้องเขาตรง ๆ แบบไม่คิดจะหลบ

“อย่าจ้องแบบนั้น”

เคลพูดเบา ๆ

“แล้วถ้าไม่หยุดล่ะ”

ไม่มีคำตอบ

 

กลับมาที่ปัจจุบัน

ริฟเวนโน้มตัวลงเล็กน้อย

ไม่มาก

แต่พอให้ระยะหายไปอีกนิด

สายตาของเขาไม่เล่นแล้ว

ไม่กวน

ไม่มีรอยยิ้มแบบเดิม

มันเป็นแบบอื่น

เคลหยุดหายใจไปชั่ววินาที

ลมหายใจของอีกฝ่ายอยู่ใกล้จนรับรู้ได้ชัดเกินไป

“นาย—”

คำพูดยังไม่ทันจบ

ริฟเวนก็หยุด

ไม่ขยับต่อ

แต่ก็ไม่ถอย

เขาเพียงหยุดอยู่ตรงนั้น

ตรงเส้นบาง ๆ ที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าวาดมันไว้ตั้งแต่เมื่อไร

ความเงียบยืดยาวออกไปอีกสองวินาที

นานกว่าที่ควร

ก่อนมุมปากของริฟเวนจะยกขึ้นช้า ๆ

“ครั้งนี้…พอแค่นี้ก่อน”

เสียงต่ำ

อันตราย

และฟังเหมือนสัญญาที่ไม่ได้ถามความสมัครใจของอีกฝ่ายเลยสักนิด

เคลไม่ตอบ

สายตาเขายังนิ่ง

แต่บางอย่างในนั้นไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

มันไม่ใช่ความเย็นชาแบบเดิม

มันเป็นอะไรบางอย่างที่เขาเลือกไม่เรียกชื่อ

 

เสียงฝีเท้าดังขึ้น

นุ่ม

สม่ำเสมอ

เข้ามาในระยะที่พอดี

“ขอโทษนะครับ”

โนอาห์ เวล ยืนอยู่ห่างออกไปสองก้าว

ระยะที่ไม่ใกล้เกินไป

ไม่รุกล้ำจนอีกฝ่ายอึดอัด

ระยะที่เหมือนคำนวณมาอย่างดี

เขามองแค่เคล

เหมือนไม่สนว่าริฟเวนจะยืนอยู่ตรงนั้นหรือไม่

“อาจารย์เรียกให้ไปคุยงานนิดหน่อย”

น้ำเสียงเรียบ อ่อนโยน สุภาพ เหมือนปกติ

ไม่ได้เร่ง

ไม่ได้กดดัน

เคลถอยออกหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว

“ได้”

ริฟเวนมองภาพนั้นเงียบ ๆ

โนอาห์ยังคงไม่มองเขา

ไม่ได้ท้าทาย

ไม่แม้แต่จะให้ความสนใจ

และนั่นแหละ

ที่ทำให้ริฟเวนไม่ชอบ

เขาไม่ชอบคนที่ไม่ตอบสนอง

ไม่ชอบคนที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเองไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น

“เดี๋ยว”

เสียงของริฟเวนดังขึ้นเรียบ ๆ

แต่หยุดทุกอย่างได้ทันที

ริฟเวนก้าวเข้ามาอีกก้าว

ไม่มาก

แต่ชัดเจน

สายตาเลื่อนไปที่โนอาห์

“ทำไมต้องพาเคลไปคนเดียว”

“เพราะอาจารย์เรียก”

โนอาห์ตอบเรียบ ๆ

“โครงการนี้เราเป็นคู่กัน”

ริฟเวนเหลือบมองเคลแวบหนึ่ง ก่อนหันกลับมา

“หรืออาจารย์ลืมว่าฉันอยู่ด้วย”

“เรื่องนี้เกี่ยวกับผมกับเคล ไม่ได้เกี่ยวกับคุณ”

โนอาห์ตอบนิ่ง ๆ

ไม่มีอารมณ์

ไม่มีรอยยิ้ม

ไม่มีการยอมรับหรือปฏิเสธ

แค่ตอบตามที่อาจารย์สั่งมาเท่านั้น

ริฟเวนหรี่ตาลง

กำมือแน่นขึ้นช้า ๆ

เหมือนโดนชกกลางอากาศโดยไม่ทันตั้งตัว

“ไปกันเถอะ”

โนอาห์หันกลับมาพูดกับเคล

เคลพยักหน้า

แล้วเดินออกไป

โดยไม่ได้หันกลับมามองริฟเวนเลย

โนอาห์เดินตามในระยะห่างพอดี

ฝีเท้าไม่เร่ง

ทุกอย่างดู…เป็นธรรมชาติเกินไป

 

ริฟเวนยืนมองสองคนที่เดินหายไปสุดโค้งทางเดิน

อีวานที่ยืนอยู่ไม่ไกลมองภาพนั้นเงียบ ๆ

ไม่ได้คิดจะเข้ามายุ่ง

“น่ารำคาญชะมัด”

ริฟเวนบ่นเบา ๆ ระบายความหงุดหงิดที่ยังค้างอยู่ในใจ

สายตาเขายังไม่ละจากทางเดินเส้นนั้น

มีบางอย่างที่เขาไม่ชอบในภาพเมื่อครู่

ในระยะห่างระหว่างสองคนนั้น

ในท่าทางของเคลที่เดินออกไปโดยไม่คิดจะหันกลับมามองเขาสักนิด

เขาไม่อยากให้เคลไปกับคนอื่น

ริฟเวนมองออกไปยังหิมะนอกกระจก

หิมะยังคงตกเงียบ ๆ เหมือนเดิม

“...ไม่ให้ไป”

เสียงเบาแทบไม่ต่างจากลมหายใจ

แต่ออกมาจากปากเขาจริง ๆ

และนั่นเป็นครั้งแรกที่ริฟเวน โซลต์ เริ่มรู้สึกว่า

เขา—

“ไม่อยากปล่อยเคลไปจริง ๆ”

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!