หวานนักรักนี้

ตอนที่ 4: ตอนที่ 4

👁️ 9 อ่าน

ตอนที่ 4

สวนภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตกแต่งไปด้วยต้นคริสมาสต์ต้นใหญ่ มีไฟประดับสวยงาม ถัดไปไม่ไกลเป็นสระว่ายน้ำ มีแขกเหรื่อไม่ถึงสิบห้าคนเป็นแขกของเจ้าสัวทรงศักดิ์กับคุณชื่นจิตผู้เป็นภรรยา  กับอีกหนึ่งหนุ่มคือชนะกานต์ คนที่ปารมีเพิ่งรู้จักเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ และมาร่วมงานนี้ในฐานะคู่ควงของตติยา

ปารมีได้แต่ยิ้ม ผู้ชายคนนี้เป็นคนละคนกับที่หล่อนเห็นเมื่อคืนหรือเปล่า

ตติยาเป็นเพื่อนสนิทของหล่อนก็จริง แต่หญิงสาวยังมีเพื่อนอีกกลุ่มที่คบหากันและมักไปเที่ยวยามค่ำคืนด้วยกัน โดยที่ปารมีไม่ได้ไปด้วยเพราะหล่อนไม่ชอบเที่ยวกลางคืน แม้จะดื่มเป็นบ้างเมื่อมีโอกาสแต่ก็ไม่ใช่สายดื่มหรือเที่ยวกลางคืน จึงไม่แปลกที่จะเห็นตติยาควงหนุ่มไม่ซ้ำหน้าโดยที่หล่อนไม่รู้จักมักคุ้นมาก่อน

อาหารเป็นแบบบุฟเฟต์ที่ทุกคนสามารถเลือกตักเองได้แล้วต้องการ ปารมีหยิบอาหารสามสี่อย่างใส่จานแล้วเดินไปนั่งตรงข้ามกับธนัฐที่หยิบเครื่องดื่มมานั่งรอก่อนแล้ว

กินแค่นั้นหรือนัฐ” มองเห็นจานที่มีแค่อาหารสองอย่างหญิงสาวจึงถามขึ้นอย่างแปลกใจ

ผมยังไม่หิว อีกอย่างวันนี้ชิมขนมมาเยอะจนอิ่มจะแย่อยู่แล้ว

ปารมีหัวเราะ เป็นแบบนั้นจริงๆ วันนี้ธนัฐชิมขนมแทบจะทุกอย่างที่หล่อนกับตติยาทำ

เด็กๆ อยากออกไปเต้นรำกันหน่อยไหม หนูมี่อยากเต้นรำหน่อยไหมลูก

มี่เต้นไม่ค่อยถนัดเลยค่ะคุณป้า ขอนั่งดูคุณป้ากับเพื่อนๆดีกว่าค่ะ” 

เสียงเพลงคลาสสิคที่กำลังบรรเลง ปารมีมองเห็นว่าหลายคนเป็นคนที่มีชื่อเสียงตามหน้าสื่อสังคม หลายคู่ที่กำลังเต้นรำอย่างสนุกสนาน

ให้ตานัฐพาเต้นสิหนูมี่ ตานัฐแกอย่าเอาแต่นั่งเฉย เป็นคนอยากให้จัดแล้วเอาแต่นั่งนิ่งได้ยังไงเพื่อนตัวเองก็ไม่มาสักคน

โธ่คุณแม่ พวกนั้นมันเห็นนัดอื่นดีกว่าผมไง ขอผมกินอาหารแปบเดียวนะมี่ เดี๋ยวพาไปเต้นรำ

คุณชื่นจิตส่ายหน้า รู้สึกขัดใจทุกทีที่บุตรชายเรียกอีกฝ่ายด้วยชื่อเล่น แต่ถึงจะท้วงติงกันกี่ครั้งเจ้าตัวก็ไม่รู้สึกรู้สา แถมปารมีเองก็ยังทำหน้ายิ้มๆไม่ได้สนใจอะไร

ดี งั้นป้าไปก่อนนะหนูมี่ ตามสบายนะจ๊ะ” 

คุณชื่นจิตที่เดินจากไปพร้อมแก้วแชมเปญในมือ เพียงครู่เดียวสองหนุ่มสาวตติยากับชนะกานต์ก็เดินมานั่งร่วมโต๊ะ

อีกเดี๋ยวฉันก็จะออกไปกับคุณกานต์นะมี่ แกจะออกไปพร้อมกันไหม

เดี๋ยวๆ เจ๊จะเอามี่ไปไหน

เอ้า ก็พามี่ไปส่งน่ะสิ” 

ให้มี่นอนที่นี่ก็ได้นี่เจ๊ ดึกแล้วด้วย” ธนัฐเอ่ยแย้ง

ดึกอะไรไอ้นัฐนี่ยังไม่ห้าทุ่มด้วย แล้วอีกอย่าง... ฉันจะไม่กลับมานอนที่บ้านเข้าใจ๊?” ปลายประโยคตติยาเอ่ยกระซิบข้างหูผู้เป็นน้องชาย

ความหมายก็คือ จะให้ปารมีนอนที่นี่ได้ยังไง ในเมื่อหล่อนกำลังจะใช้ปารมีเป็นข้ออ้างในการออกไปนอนข้างนอก

ธนัฐกลอกตา แล้วหันไปสบตากับปารมี ช่วงเวลาอันแสนสั้นที่เขาจะได้อยู่กับปารมีกำลังจะหมดลงแล้วอย่างนั้นหรือ

ส่วนปารมีนั้นได้แต่ก้มหน้าลงแล้วยิ้มกับตัวเอง

หล่อนที่อยู่ตรงกลางจะไปทำอะไรได้ นอกจากยอมเดินไปลาเจ้าบ้านแล้วออกไปกับตติยาและชนะกานต์ โดยมีสายตาขุ่นๆของธนัฐมองตามจนลับสายตา

 

ขอบใจนะมีมี่ รักแกที่สุดเลย แฮปปี้นิวเยียร์จ้ะ แล้วเจอกันอาทิตย์หน้านะเพื่อนรัก” ตติยาที่ส่งเพื่อนรักถึงหน้าประตูแล้วสวมกอดคนเป็นเพื่อนเอาไว้แน่น

ฉันก็รักแก แฮปปี้นิวเยียร์ เที่ยวให้สนุกจ้ะ” 

แฮปปี้นิวเยียร์นะครับคุณมี่” 

แฮปปี้นิวเยียร์ค่ะคุณกานต์

โบกมือลาคนทั้งสองแล้วปารมีก็ไขกุญแจเข้าไปในร้าน ก่อนจะล็อคประตูแล้วขึ้นไปบนห้องนอน

อดรู้สึกเสียดายเล็กๆไม่ได้ที่ไม่ได้อยู่ที่นั่นต่อ ธนัฐก็คงรู้สึกเช่นเดียวกัน หากก็ต้องยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงใบหน้าของเขาตอนที่รู้ว่าหล่อนต้องกลับ เจ้าตัวทั้งคงขุ่นเคืองและโมโหพี่สาวไม่น้อย แต่ก็ทำอะไรไปไม่ได้มากไปกว่าเหลือบมองหล่อนแล้วถอนหายใจ

อีกไม่ถึงชั่วโมงก็จะหมดเวลาของปีนี้แล้ว ปารมีเปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้แล้วเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า

กลับออกมาก็เห็นหน้าจอโทรศัพท์สว่างเพราะสายเรียกเข้า

ก้มหน้าลงมองก็เห็นเป็นชื่อธนัฐจึงรีบกดรับด้วยใจที่เต้นระรัวขึ้น

ว่าไงนัฐ” 

มี่ ลงมาเปิดประตูให้ผมหน่อย” เสียงทุ้มที่เอ่ยมาตามสายทำให้คนที่คิดว่าต้องเหงาคนเดียวในคืนสิ้นปีเผยยิ้มออกมาแล้วรีบเดินไปยังหน้าต่างด้านหน้า

ธนัฐถอยหลังพ้นชายคาแล้วเงยหน้าขึ้นมาพลางโบกมือให้

 

ออกมาได้ยังไง” หล่อนเอ่ยถามขณะมองธนัฐล็อคประตู

บอกว่ามาหามี่

หะ? จะบ้าหรือไงนัฐ” หล่อนร้องเสียงหลงเบิกตาโตมองเด็กหนุ่มอย่างเหลือเชื่อ

ธนัฐไหวไหล่เดินเข้ามาโอบสองแขนไปรอบตัวของปารมี

บ้าตรงไหนครับ ผมก็บอกว่ายังอยากฉลองกับเจ๊นิ้งกับมีมี่อยู่เลย คุณแม่ก็แค่โบกมือไล่ ไม่เห็นว่าอะไร

ปารมีกลอกตา ธนัฐช่างไหลลื่นเสียจริง

เซี้ยวจริง

ธนัฐหัวเราะเบาๆ

ผมอยากอยู่กับมี่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยด้วยซ้ำไป” เขาว่าพลางรั้งร่างบอบบางให้เข้ามาแนบชิดโน้มตัวลงโอบกอดไว้ แล้วเกยคางไว้กับไหล่บอบบางของอีกฝ่าย 

เสียงพลุที่ดังขึ้น ทำให้ชายหนุ่มปล่อยแขนออกแล้วจูงมือบางให้เดิมตามไปยังประตูกระจกใส จากไกลๆ พลุหลากสีกำลังพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

แฮปปี้นิวเยียร์นะมี่

แฮปปี้นิวเยียร์จ้ะ” 

สบตากันแล้วต่างก็เห็นเพียงความสว่างไสวในดวงตาของกันและกัน

 

กลับไปห้องตัวเองได้แล้วนัฐ” ปารมีลุกขึ้นจากเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงาน ปล่อยให้เด็กหนุ่มนอนเหยียดยาวบนเตียงมาได้ครู่หนึ่งได้แล้ว เมื่อเห็นว่าถึงเวลานอนจึงจำใจต้องลุกขึ้นมาบอกอีกฝ่าย

แต่ธนัฐกลับยังนอนเตะแคงมา ตาปรือมองคนตัวเล็กที่ยืนเท้าสะเอวนิ่ง

ผมขอนนอนด้วยนะคืนนี้ ขี้เกียจลุกแล้ว” เสียงของเขางัวเงียเต็มที

ไม่ได้นะนัฐ

จะเพราะเสียงแข็งๆหรือเพราะใบหน้าเคร่งๆก็ไม่รู้ แต่ธนัฐก็ยอมลุกขึ้นอย่างเสียไม่ได้ หย่อนเท้าลงจากเตียงแล้วลุกขึ้นมายืนตรงหน้าคนตัวเล็กที่ยังคงเท้าสะเอวมองมา

ขอกอดหน่อย” สองแขนยื่นออกมา

ปารมีมองใบหน้าอ้อนๆนั้นแล้วยิ้มออกมา ยอมเดินเข้าไปในอ้อมแขนของธนัฐ ยอมให้เขากอดไว้ครู่หนึ่งแล้วถอยออก

ฝันดี” 

ธนัฐยิมสบตากลมโตที่จ้องมองเขาแล้วอดใจไม่ไหวก้มลงประทับเรียวปางบางกับปากอิ่มนุ่มนิ่มอย่างรวดเร็วแล้วถอนออก

ปารมีเบิกตากว้าง ใบหน้าแดงก่ำ

ฝันดีครับ” 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!