หวานนักรักนี้

ตอนที่ 1: ตอนที่ 1

👁️ 15 อ่าน

ตอนที่ 1

29 ธันวาคม พ.. 2568

พวกเรากลับแล้วนะคะพี่มี่ พี่นิ้ง สุขสันต์วันปีใหม่นะคะ

สวัสดีปีใหม่นะมี่ นิ้ง เดี๋ยวซื้อขนมมาฝาก

สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณๆ ขนมของฝากเพื่อนบ้านป้าวางไว้ตรงนี้นะคะคุณมี่” 

ขอบคุณค่ะป้าสายใจ สวัสดีปีใหม่ทุกคนจ้ะ ขอบคุณทุกคนมากนะแล้วก็เที่ยวให้สนุก” ปารมีโบกมือให้กับวาริน พีรพลและสายใจ

บายๆ สวัสดีปีใหม่จ้าทุกคน” ตติยาที่เดินออกมาจากครัวพอดีจึงโบกมือลาอีกคน

เหลือแกกับฉันสองคน สู้โว้ย” 

แต่วันนี้แกต้องสู้ไปคนเดียวแล้วล่ะมี่ เพราะที่บ้านโทรเรียกตัวให้กลับไปกินข้าว” ตติยาปลดผ้ากันเปื้อนออกแล้วเดินกลับเข้าไปในครัวอีกครั้ง ออกมาพร้อมกับกระเป๋าสะพายยกขึ้นสะพายไหล่

ไปเถอะ พรุ่งนี้รีบมาแต่เช้าล่ะ วันสุดท้ายก่อนวันหยุดลูกค้าคงรีบมาหาซื้อขนมของกินไปไว้ฉลอง” 

เพราะร้านไม่รับจองทำออร์เดอร์ในช่วงวันหยุดปลายปี แต่จะยังมีขนมอื่นๆที่ทำออกมาวันต่อวันในปริมาณเท่าเดิม เพิ่มเติมคือลูกค้ามักจะแน่นขนัดในช่วงปลายปีก่อนวันหยุดเสมอ

รับทราบ! ไปนะแก” 

ร่างระหงของคนเป็นเพื่อนเดินตัวปลิวออกไปแล้ว ปารมีจึงเดินเข้าไปหลังร้านเพื่อสำรวจว่ายังมีอะไรที่เธอต้องทำต่ออีก

ร้านเบเกอร์รี่ของพวกเธอขนาดไม่ใหญ่นัก มีกาแฟเพียงห้าเมนูให้ลูกค้าได้สั่งหากนั่งกินที่ร้าน 

ร้านนี้ปารมีกับตติยาลงทุนกันคนละครึ่งเปิดมาได้เกือบสามปีแล้ว มีวารินทำหน้าที่เสิร์ฟ พีรพลเป็นเชฟและยังเป็นเพื่อนสนิทของปรามีกับตติยาอีกด้วย มีป้าสายใจวัยเกือบห้าสิบทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยในครัวกับล้างจาน แต่ร้านหล่อนดีหน่อยก็ตรงที่เป็นการล้างจานแบบใช้เครื่องล้างอัตโนมัติ

ร้านเบอเกอร์รี่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ลักษณะเป็นอาคารขนาดกลางสี่คูหาติดกันสองชั้นที่ถูกรีโนเวทใหม่ ที่ตรงนี้เป็นที่ดินของเจ้าสัวทรงศักดิ์บิดาของตติยา ที่ให้บุตรสาวกับเพื่อนใช้ทำธุรกิจร้านเบเกอร์รี่โดยไม่คิดค่าเช่า 

ติดกันปล่อยให้เช่าเป็นห้องเสื้อชื่อดัง ร้านดอกไม้ แล้วก็แกลอรี่จัดแสดงงานวาดรูปของศิลปินชื่อดังท่านหนึ่ง  

ปารมีหยิบถุงขนมที่เตรียมไว้แล้วเดินออกไปนอกร้าน หญิงสาวเปิดประตูเข้าไปในร้านห้องเสื้อชื่อดังที่มักมีแต่คนดังแวะมาเป็นประจำ

คุณมี่ สวัสดีค่ะ โอ๊ยมีขนมมาอีกแล้วหรือคะนี่” เจ้าของร้านสาวสวยคุ้นหน้าคุ้นตากันดีในวงสังคม เพราะนอกจากจะเป็นเจ้าของห้องเสื้อนี้แล้ว ศจีย์ยังเป็นนักออกแบบเสื้อผ้าชื่อดังทั้งในและนอกประเทศอีกด้วย

ขนมสวัสดีปีใหม่ค่ะคุณก้อย

ขอบคุณมากค่ะคุณมี่ ร้านหยุดวันไหนคะนี่” ศจีย์เดินมารับถุงขนมจากเจ้าของร้านที่หล่อนเป็นลูกค้าแทบทุกวันหากอยู่ร้าน

ร้านเบเกอร์รี่ที่เธอมักฝากท้องตอนเช้าแทบทุกวัน เป็นร้านนี้กินไม่เคยเบื่อ แถมยังมีขนมใหม่ๆออกมาตลอด

เปิดพรุ่งนี้อีกวันค่ะ คุณก้อยละคะ” 

ก้อยก็เปิดพรุ่งนี้อีกวันค่ะ พอดีลูกค้าหลายเจ้านัดเอาไว้จะมาเช่าแล้วก็ซื้อใช้คืนวันเคาท์ดาวน์กันเยอะ จะปิดไปเที่ยวเลยก้อยก็ดันงกซะด้วย แต่เด็กๆก็ให้หยุดกันหมดแล้วนะคะ

ที่ร้านก็เหมือนกันค่ะ พรุ่งนี้ก็เหลือแค่มี่กับนิ้งรอรับลูกค้า

งั้นดีเลยค่ะ ก้อยจะได้มีที่ฝากท้องอีกวัน

ได้เลยค่ะ งั้นมี่ไปก่อนนะคะ ว่าจะแวะเอาขนมให้คุณต้นกับคุณแพทเสียหน่อยไม่รู้กลับบ้านกันหรือยัง

น่าจะยังอยู่นะคะ ขอบคุณสำหรับขนมนะคะคุณมี่

ยินดีค่ะ

ปารมีโบกมือให้กับสาวสวยอัธยาศัยกันเองอย่างศจีย์ แล้วเอาขนมไปให้กับเพื่อนบ้านอีกสองคน โชคดีที่ทั้งสองคนยังอยู่ร้าน

หญิงสาวกลับมาร้านตัวเองแล้วเก็บกวาดเคาท์เตอร์อยู่ครู่หนึ่ง เอาขยะถุงใหญ่ออกไปทิ้งกลับมาล็อกประตูร้านแล้วเดินขึ้นไปชั้นสอง

บนนั้นมีห้องนอนสามห้อง ห้องหนึ่งเป็นห้องที่เธอใช้นอนประจำ อีกสองห้องนอนไว้สำหรับคนอื่นๆที่อยากขึ้นมานอนพัก หรือบางทีตติยาก็เข้ามานอนเป็นบางครั้ง

ปารมีเคยจะขอจ่ายค่าเช่าที่เป็นส่วนที่ตัวเธอเองเช่าไว้สำหรับหลับนอน หากตติยาก็ไม่ยอมรับ

ก่อนหน้าที่จะมาเปิดร้านนี้ ปารมีเช่าคอนโดมิเนียมอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ทำงานให้กับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งอยู่สี่ห้าปี ตติยาก็มาชวนเปิดร้านเบเกอร์รี่

เธอไม่ตัดสินใจนานเลย ใช้ทุนที่เก็บหอมรอมริบมาเกือบห้าสิบเปอร์เซนต์ลงทุนกับร้านนี้

ยังโชคดีที่พวกเธอไม่ต้องจ่ายค่าเช่า จึงถือว่าทุ่นค่าใช้จ่ายไปได้เยอะทีเดียว

ปารมีไม่มีพี่น้องที่ไหน บิดามารดาก็เสียชีวิตไปหลายปีแล้วด้วยวัยชราและโรคภัยที่รุมเร้า  หญิงสาวตัวคนเดียวจึงใช้ชีวิตได้อิสระ ไม่มีห่วงอะไรที่ไหน รายรับในแต่ละเดือนเมื่อหักค่าใช้จ่ายต่างๆออกไปก็ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ

เสียงข้อความดังขึ้น ทำให้คนที่กำลังเดินไปเข้าห้องน้ำชะงัก เดินกลับมาเปิดข้อความอ่าน เป็นตติยาที่ส่งมา

Ning : มี่ สิ้นปีแกจะไปฉลองที่ไหน ถ้ายังไม่ได้แพลนไว้ ที่บ้านฉันจะจัดฉลองเชิญแขกนิดหน่อยอยากให้แกมา

บ้านของตติยาเป็นครอบครัวใหญ่และมีชื่อเสียงระดับหนึ่งในวงสังคม หล่อนรู้จักมักคุ้นกับคนในบ้านของตติยาดี จึงตอบตกลงไปทันทีเพราะตัวเองก็ไม่ได้มีแผนจะไปเที่ยวที่ไหน ยังคิดว่าคงไม่ออกไป แต่จะนอนมองพลุจากโทรทัศน์เอาเสียก็คงพอ ปีใหม่ของหล่อนมักเป็นแบบนี้มาหลายปีแล้ว แต่ปีนี้อาจแตกต่างออกไป

Mimi : ได้สิ ฉันยังไม่มีแพลนไปไหน ต้องเตรียมอะไรไปหรือเปล่า

Ning : ไม่ต้องเตรียมอะไร มากินอย่างเดียวก็พอ

ปารมียิ้มเมื่อนึกถึงว่าที่บ้านของตติยาว่าหล่อนจะเจอใคร หญิงสาววางโทรศัพท์แล้วเดินเข้าห้องน้ำไปด้วยใบหน้าที่พร่างพรายไปด้วยรอยยิ้มของความสุข 

 

ว่าไงเจ๊ มี่มาด้วยหรือเปล่า” ชายหนุ่มตัวสูงวัยละอ่อนยังอยู่ในชุดนักศึกษาที่เหลืออีกแค่เทอมสุดท้ายก็จะจบมหาวิทยาลัยยืนกอดอกมองผู้เป็นพี่สาวกดปิดโทรศัพท์

เออ มา อยากชวนทำไมไม่ชวนเองวะ มาใช้ฉันทำไมคนกำลังยุ่ง หรือค่อยชวนพรุ่งนี้ก็ได้ฉันยังไปร้านอีกวัน” ตติยาบ่นอุบแล้วหันไปจัดการลิสต์รายการขนมที่ต้องทำเพิ่มสำหรับปีใหม่ของคนในบ้าน คงต้องขอใช้แรงปารมีเพิ่มด้วย เพราะแม้แขกที่มารดาเชิญจะไม่ได้เยอะมากมาย แต่กำลังหล่อนคนเดียวคงทำไม่ไหว

ก็รอพรุ่งนี้กลัวมี่จะมีนัดที่อื่นก่อน

นี่ ไอ้นัฐ นั่นเพื่อนฉันแก่กว่าแกเกือบสิบปี ช่วยเรียกพี่เพิ่มไปสักหน่อยก็ได้ เดี๋ยวเขาจะหาว่าฉันไม่สั่งสอนแก” ตติยาแสร้งดุผู้เป็นน้องชาย ที่จะเรียกว่าน้องหลงก็ได้ เพราะมารดาเบ่งมันออกมาหลังจากที่ไม่ยอมมีลูกอีกหลังจากมีหล่อนเกือบสิบปี

โธ่เจ๊ มี่ไม่เห็นว่าอะไรเลย เจ๊จะเจ้ายศเจ้าอย่างไปทำไมเนี่ย” คนเป็นน้องชายว่า หากนัยน์ตากลับสว่างไสว ใบหน้าหล่อเหลายิ้มพรายอย่างมีความสุข

ไปๆ แกจะไปไหนก็ไป

พรุ่งนี้ผมไปที่ร้านด้วยนะเจ๊

แกหยุดแล้วเหรอ” ตติยาเงยหน้าจากไอแพดถามผู้เป็นน้องชาย

เจ๊ทำงานไม่ดูวันดูคืนเลยนะ” 

ไอ้นี่ เออ จะไปก็ไป ดีจะได้มีคนช่วยทำงาน หกโมงเช้านะตื่นไหวก็ไป

ไหวแน่นอนครับ” เพราะเขาอยากเจอใครคนนั้นจะแย่อยู่แล้ว

กี่วันแล้วนะที่ไม่ได้เจอ ไม่สิ ต้องเรียกว่ากี่เดือนแล้ว นับตั้งแต่ปารมีมากินข้าวที่บ้านเมื่อเดือนก่อนหรือเปล่า นั่นก็นานมากแล้วนะสำหรับเขา อยากจะไปที่ร้านก็กลัวจะเกะกะแถมเป็นช่วงที่เขากำลังยุ่งหัวหมุนกับเรื่องเรียนในเทอมสุดท้าย

และเพราะทุกครั้งที่ไปเจ้าตัวมักยุ่งตลอดเวลา เงยหน้ามายิ้มให้เขากับเพื่อนที่พากันไปอุดหนุนบ้างก็นานๆที

แต่ก็นั่นล่ะ แค่ได้เห็นใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักนั่น ต่อให้ไม่มองมาที่เขาเลย ธนัฐก็มีความสุขแล้ว และตอนนี้เขาก้าวข้ามความเป็นเด็กมาพอแล้ว ถึงเวลาของเขาเสียที...

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!