หนิงเจียวเดินกลับมาที่เรือนด้วยความเหนื่อยล้า นางทิ้งตัวลงนอนบนเตียงไม่สนใจสิ่งใดแม้แต่น้อย สวีจิ้งเทียนที่เดินตามเข้ามา เขาคิดจะถามนางเรื่องการทำคลอดเมื่อครู่ ก็ต้องหยุดความคิดเอาไว้ เมื่อได้เห็นนาง กำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงนอน
เขาเดินเข้าไปทิ้งกายนั่งลงที่ข้างเตียง มองดูนางกำลังนอนหลับตาพริ้มด้วยสายตาที่ล้ำลึก
ใบหน้าขาวนวลเนียน กำลังหลับใหลอย่างไม่รับรู้สิ่งใด สวีจิ้งเทียนค่อย ๆ โน้มใบหน้าลงไป แต่สตรีตรงหน้ากลับพลิกตัวหันหลังให้เขาเสียก่อน
สองวันต่อมา เป็นวันที่สวีจิ้งเทียนและหนิงเจียวจะต้องกลับไปเยี่ยมจวนตระกูลหนิงหลังจากแต่งงานกันแล้ว และเตรียมของขวัญไปมอบให้แก่ผู้อาวุโสที่จวนด้วย
"เจ้าไปเรียนรู้วิธีทำคลอดสตรีมาจากที่ใดกัน?"
สวีจิ้งเทียนเอ่ยถามหนิงเจียว ในขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งอยู่บนรถม้า เพื่อเดินทางไปจวนตระกูลหนิง
"ข้าเคยอ่านเจอในตำราน่ะเจ้าค่ะ จึงลองทำดู ปรากฏว่าได้ผลจริง ๆ"
หนิงเจียวเอ่ยตอบไปด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยเช่นเดิม
นางเป็นถึงหมอสูตินรีเวช ทำคลอดให้หญิงสาวมาตั้งมากมาย เหตุใดนางจะทำคลอดให้ท่านแม่ของสวีอวี้ไม่ได้กันเล่า
แต่เรื่องนี้คงไม่สามารถอธิบายให้คนสมองกลวงอย่างเขาเข้าใจได้อยู่ดี
รถม้าหยุดลง สวีจิ้งเทียนเดินลงจากรถม้า ยื่นมือมาคอยรับหนิงเจียว นางชะงักไปชั่วครู่ แต่ก็ยอมส่งมือไปให้เขา
ถึงจะถูกเขาด่าทอไม่เว้นแต่ละวัน แต่นางก็จะนำเรื่องเช่นนี้มาบอกกับคนในจวนไม่ได้ นางไม่อยากทำให้ท่านพ่อและท่านแม่ทั้งสองไม่สบายใจ
"คารวะท่านพ่อ/แม่ใหญ่/ท่านแม่เจ้าค่ะ"
"เจียวเอ๋อร์ของแม่!!!"
ฮูหยินรองรีบโผเข้าไปกอดหนิงเจียวด้วยความคิดถึง นางเป็นห่วงบุตรสาวผู้นี้เป็นอย่างยิ่ง กังวลว่าหนิงเจียวจะถูกสวีจิ้งเทียนข่มเหงจิตใจหรือไม่
สวีจิ้งเทียนทำความเคารพผู้อาวุโสทั้งสามอย่างนอบน้อม
"เข้าไปด้านในก่อนเถิด อาหารเตรียมพร้อมแล้ว"
จวนตระกูลหนิงนั้นฮูหยินผู้เฒ่าซึ่งก็คือท่านปู่และท่านย่าของหนิงเจียว ได้เสียชีวิตไปแล้ว ในจวนจึงไม่ได้มีพิธีการที่เคร่งครัดมากเท่าใดนัก
สวีจิ้งเทียนและหนิงเจียว ยกชาเพื่อทำความเคารพแก่ ท่านราชเลขาหนิงซานและท่านแม่ทั้งสอง เป็นอันเสร็จพิธีต้อนรับบุตรเขยเข้าจวนอย่างถูกต้องตามธรรมเนียม
อาหารมากมายและสุราชั้นดีถูกจัดวางเรียงรายจนเต็มโต๊ะ ทุกอย่างล้วนเป็นอาหารที่หนิงเจียวชอบมากทุกอย่าง
"ท่านราชเลขาขอรับ คุณชายเหยากวงมาขอพบขอรับ"
สวีจิ้งเทียนชะงักทันที เมื่อได้ยินชื่อของเหยากวง
เหยากวง เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของตระกูลเหยา บิดาของเขาเป็นถึงท่านเสนาบดีกรมขุนนาง มีหน้าที่ตรวจสอบปลดย้ายขุนนางต่าง ๆ ได้
เหตุใดเขาจึงมาที่จวนตระกูลหนิงในวันนี้กันนะ?
"คารวะท่านราชเลขา โอ้ คุณชายใหญ่สวีกับฮูหยินก็อยู่ที่นี่ด้วยหรือ?"
"วันนี้เป็นวันที่ข้าพาภรรยากลับมาเยี่ยมจวนของนางหลังแต่งงาน"
"ข้าเข้ามาขัดจังหวะหรือไม่?"
"แล้วท่านคิดว่าอย่างไรเล่า?"
สวีจิ้งเทียนยกยิ้มเย็นชา มองเหยากวงด้วยสายตาดูแคลน
แต่ไหนแต่ไรมาเขากับเหยากวงก็ไม่ลงรอยกันมาตั้งแต่เด็ก แต่ที่เขารับไม่ได้เป็นที่สุด คือเหยากวงใช้เส้นสายของบิดาตน จนไต่เต้าขึ้นมาเป็นรองแม่ทัพเช่นเดียวกับเขา ทั้งที่ไร้ฝีมืออย่างสิ้นเชิง แต่เพราะอำนาจของบิดาทำให้ไม่มีใครกล้าคิดจะแข็งข้อกับเหยากวง
แต่ไม่ใช่กับเขา!!!
เขาเองก็เป็นคนที่ไม่ชอบมีปัญหากับผู้ใด แต่หากคนผู้นั้นคิดจะมีปัญหากับเขา ก็รอรับความย่อยยับได้เลย
เพียงแค่มองตาของเหยากวง เขาก็รู้ได้ทันที ว่าเหยากวงคิดไม่ซื่อกับหนิงเจียว ภรรยาของเขา
อยากอายุสั้นก็มาแย่งไปสิ!!!
"ข้าขอยกจอกสุราคารวะท่านพ่อตาหนึ่งจอกขอรับ"
"ได้ ๆ นี่เป็นสุราที่ข้าบ่มไว้ด้วยมือตนเอง คุณชายใหญ่ลองลิ้มรสดู คุณชายเหยาไหน ๆ ท่านก็มาแล้ว มาลองดื่มสุราของข้าหน่อยเถิด"
ราชเลขาหนิงซานยิ้มเต็มใบหน้าด้วยความยินดีปรีดา เมื่อได้เห็นสองสามีภรรยารักใคร่กันเช่นนี้แล้ว เขาก็ค่อนข้างวางใจลงไปได้ไม่น้อย เหยากวงเองก็ยกจอกสุราขึ้นดื่ม สายตาก็จับจ้องไปที่หนิงเจียวอย่างไม่ละสายตา
สวีจิ้งเทียนหน้าดำคล้ำแล้ว ยังดีที่สตรีซื่อบื้อข้างกายเขาไม่ได้มีท่าทีสนใจเหยากวง ไม่อย่างนั้นเขาจะพังโต๊ะอาหารตรงหน้านี้ให้หมดเสีย อย่าหวังว่าจะได้กินอย่างสบายอุรา!!! สวีจิ้งเทียนค่อนข้างจะดื่มหนักมากกว่าทุกวัน ใบหน้าของเขาแดงซ่าน ดวงตาหยาดเยิ้ม แววตาที่มองหนิงเจียวดูหวานเยิ้มจนนางรู้สึกขนลุก
"ท่านพ่อ ท่านแม่ทั้งสองเจ้าคะ วันนี้ลูกคงต้องกลับจวนตระกูลสวีก่อนแล้ว คุณชายใหญ่คงจะเมามากแล้วเจ้าค่ะ"
"ไปเถิด เจ้าดูแลสามีให้ดีดีเล่า"
"เจ้าค่ะ"
หนิงเจียวประคองสวีจิ้งเทียนเข้าไปนั่งในรถม้าด้วยท่าทางทุลักทุเล วันนี้เขาดื่มมากเกินไปแล้ว ลำบากนางเป็นแน่
"ให้ข้าช่วยพาท่านทั้งสองกลับจวนสวีดีหรือไม่?"
เหยากวง เอ่ยถามหนิงเจียวด้วยความเห็นอกเห็นใจ แต่นางสังเกตเห็นว่าแววตาของเขากลับจ้องมองมาที่เนินอกของนางด้วยแววตาเป็นประกาย
สวีจิ้งเทียนว่าหื่นแล้ว แต่เหยากวงผู้นี้กลับบ้ากามยิ่งกว่า มีหน้ามามองนมของภรรยาผู้อื่น ไร้มารยาทเสียจริง!!!
"คงไม่รบกวนคุณชายเหยาแล้ว ข้าขอตัวลา"
"หนิงเจียว!!! เจ้ามันสตรีอสรพิษ แสร้งทำเป็นคนดี!"
นั่นปะไร!!! พูดยังไม่ทันขาดคำ ผิดคำนางเสียที่ไหน
สวีจิ้งเทียนเมามายจนไร้สติ ปากก็พร่ำด่านางไม่หยุดหย่อน
"ใกล้จะถึงจวนแล้วเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะเช็ดตัวให้ท่านนะเจ้าคะ"
"ไม่ต้อง!!! หึ อย่านึกว่าข้าไม่รู้นะ เจ้าน่ะชอบให้ข้าดูนมของเจ้า!!!"
หนิงเจียวอยากจะทุบคนตรงหน้ายิ่งนัก!!! ในสมองของเขาคิดว่านางยั่วยวนเขาตลอดเช่นนั้นหรือ
คิดว่านางไม่รู้หรือไร ว่าเขาชอบแอบมองหน้าอกของนาง หึ!!!
"ข้าจะไม่ให้เจ้าออกไปที่ใดอีก ข้าจะไม่ให้ใครเห็นเจ้า ข้าจะเก็บไว้ดูคนเดียว!!! เหยากวง!!! ข้าจะกระทืบมันเดี๋ยวนี้"
หนิงเจียวถอนหายใจให้กับความงอแงเป็นเด็ก ๆ ของสวีจิ้งเทียน
จวนตระกูลสวี
"ไปนำผ้าชุบน้ำมาให้ข้าที ข้าจะเช็ดตัวให้คุณชายใหญ่"
"เจ้าค่ะ"
ไม่นานไป๋เฉียนก็เดินเข้ามาพร้อมกับอ่างน้ำและผ้าชุบน้ำเย็นผืนหนึ่ง หนิงเจียวสะบัดมือให้นางกลับไปพักผ่อนได้ ก่อนจะเดินไปลงกลอนประตูและหน้าต่าง
อยู่ดีดีก็เกิดมีฝนตกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ หนิงเจียวที่จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็กลับมานั่งลงที่ข้างกายสวีจิ้งเทียน ค่อย ๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเขาออกจนหมด
ใบหน้าที่ทรงเสน่ห์หล่อเหลาชวนให้ใจของนางเคลิบเคลิ้ม และยังแผงอกที่ล่ำสันนั้น ที่ทำให้นางอยากจะซบลงไปที่อกของเขา อยู่ในอ้อมกอดของเขาทุกคืนวัน
"เหตุใดจึงเกลียดข้านัก โอ๊ะ!!!"
หนิงเจียวถูกสวีจิ้งเทียนดึงให้เข้าไปในอ้อมอกของเขา ก่อนจะพลิกร่างบางระหงให้ลงไปนอนราบที่เตียงภายใต้ร่างอันกำยำของเขา สวีจิ้งเทียนส่งสายตาร้อนแรงมองมาที่นาง หนิงเจียวรู้สึกสั่นไหวในจิตใจไม่น้อย
นี่นางชอบเขาอย่างนั้นหรือ? นางชอบผู้ชายที่ด่าทอดูถูกนางเช่นนั้นหรือ?
"คุณชายใหญ่ ปล่อยเจ้าค่ะ"
"ไม่!!! อย่าให้ข้ารู้นะว่าเจ้ามีใจให้เหยากวง ข้าจะไปฆ่ามัน!!!"
"ท่านเมามากแล้วเจ้าค่ะ ข้าจะไปนำน้ำแกงสร่างเมามาให้ท่านดื่มนะเจ้าคะ"
"คิดจะหนีข้าหรือ!!! ชาตินี้เจ้าก็อย่าหวังไปเลย เจ้าจะต้องอยู่กับข้าที่นี่ไปจนตาย อยู่ในจวนสวีแห่งนี้!!! คอยเลี้ยงลูกของข้า เป็นที่ระบายอารมณ์ให้แก่ข้าไปตลอดชีวิต!!!"
"คุณชาย อื้อ!!!"
สวีจิ้งเทียนโน้มใบหน้าลงมาครอบครองริมฝีปากเรียวบางของหนิงเจียวอย่างถือวิสาสะ เขามอบจูบอันเร่าร้อนและดุดันให้แก่นาง จนนางรู้สึกหายใจติดขัด
สวีจิ้งเทียนสอดลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากของหนิงเจียว ก่อนที่จะใช้ลิ้นของเขาเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของนาง บรรจงจูบอย่างดูดดื่มเพื่อลิ้มรสความหวานฉ่ำจากริมฝีปากบางที่แสนเย้ายวน
หนิงเจียวเริ่มอ่อนระทวยและคล้อยตาม สองมือเล็กโอบรัดรอบลำคอของสวีจิ้งเทียน และจูบตอบเขาด้วยความปรารถนาที่ร้อนแรง
สวีจิ้งเทียนผละออกจากริมฝีปากของหนิงเจียว ก่อนจะประทับรอยจูบที่ซอกคอขาวเนียนของนาง เขาขบกัดมันเบา ๆ เพื่อฝากรอยรักเอาไว้ มือข้างหนึ่งก็ปลดอาภรณ์ของนางออกจนหมด เผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มและร่างบางระหงที่งดงามราวกับภาพวาด
สวีจิ้งเทียนจ้องมองเรือนร่างของหนิงเจียวด้วยแววตาเร่าร้อน อารมณ์ของเขาตอนนี้กำลังพลุ่งพล่านจนอดกลั้นเอาไว้ไม่อยู่
"อ่าห์!!! คุณชายใหญ่!!! ข้าเสียวเจ้าค่ะ!!!"
เขาใช้ลิ้นร้อนโลมเลียดูดดึงที่ยอดเนินอกอวบอิ่มทั้งสองข้าง มือใหญ่ขยำขยี้ดอกบัวทั้งสองดอกอย่างเอาแต่ใจ และกลืนกินยอดบัวงามสีชมพูที่ชูช่ออย่างหิวกระหาย
จ๊วบ จ๊วบ
"อื้ออออ!!!"
หนิงเจียวรู้สึกเสียวซ่านจนแทบจะทนไม่ไหวด้วยอยากจะหลอมละลายอยู่ภายใต้ร่างใหญ่ของเขา สวีจิ้งเทียนประทับรอยจูบลูบไล้ลงมาที่ท้องน้อยของนาง ลงมาจนถึงเนินสวาทที่เขาโหยหา
เขามองกลีบดอกไม้สีชมพูที่ปิดสนิทด้วยแววตาที่หื่นกระหาย หนิงเจียวเองก็ค่อย ๆ แยกขาออกจากกันอย่างรู้งาน
มือหนาใหญ่ยื่นไปสัมผัสกับกลีบดอกไม้สีชมพูของนาง จนมันแยกออกจากกันและเผยให้เห็นเม็ดเกสรสีชมพูที่แสนงดงาม เขาใช้นิ้วคลึงที่เม็ดเกสรนั้นจนหนิงเจียวรู้สึกเสียวสะท้านเมื่อถูกกระตุ้นที่จุดกระสัน
"อ่าห์!!! อื้อ!!!"
มือหนาค่อย ๆ ลูบไล้ที่กลีบดอกไม้อย่างเอาแต่ใจ จนน้ำหวานของเกสรดอกไม้ฉ่ำเยิ้มเต็มมือของเขา นิ้วร้อนค่อย ๆ แทรกเข้าไปในร่องกลีบดอกไม้นั้นแล้วขยับนิ้วเข้าออกอย่างช้า ๆ จากนั้นจึงใช้ลิ้นสากร้อนค่อย ๆ โลมเลียดูดดึงที่เม็ดเกสรนั้นอย่างสำราญใจ
"อ่าห์!!!"
หนิงเจียวเสียวสะท้านจนร่างบางบิดเร่า มือน้อยกำหมอนเอาไว้แน่น ก่อนจะยกสะโพกแอ่นขึ้นมาด้วยความเสียวซ่าน
สวีจิ้งเทียนกระดกลิ้นรัวเร็วพร้อมกับซดน้ำหวานที่ไหลทะลักออกมาจนริมฝีปากเปียกชุ่ม
"อ่าห์!!! ข้าจะทนไม่ไหวแล้วเจ้าค่ะ!!!"
ร่างเล็กกระตุกเกร็งสั่นสะท้านด้วยความเสียวซ่าน
สวีจิ้งเทียนผละริมฝีปากออกจากเกสรดอกไม้งามตรงหน้า แล้วเคลื่อนตัวขึ้นมามองหนิงเจียวที่หายใจเร็วแรง จนยอดดอกบัวตรงหน้ากระเพื่อมสั่นไหวขึ้นลง
"ร้องขอข้าสิ!!! แล้วข้าจะทำให้เจ้าขึ้นสวรรค์ไปพร้อมกับข้า"
สวีจิ้งเทียนมองหนิงเจียวด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ มือหนาใหญ่ก็บีบขยำเคล้นคลึงบั้นท้ายของนางอย่างหนักหน่วง กลิ่นสุราบนร่างกายของเขาทำให้นางสติกระเจิดกระเจิง นางขบเม้มริมฝีปากรู้สึกขัดใจไม่น้อย เขาช่างเจ้าเล่ห์เกินไปแล้ว
"ว่าอย่างไรเล่า? ข้าจะนับหนึ่งถึงสาม"
หนิงเจียว "..."
"หนึ่ง"
"สอง"
"ช่วยพาข้าขึ้นสวรรค์ด้วยเถิดเจ้าค่ะ"