ข้านี่แหละฮูหยินรสแซ่บ

ตอนที่ 7: บทที่ 7 สวีจิ้งเทียนผู้แพ้นมภรรยา

👁️ 3 อ่าน
22px

“คุณชายใหญ่สวี ข้าอยากกินอันนั้นเจ้าค่ะ"

หนิงเจียวยื่นมือชี้ไปที่เกาลัดคั่วน้ำตาล ก่อนจะวิ่งไปด้วยท่าทางตื่นเต้น

"เถ้าแก่ เอาถุงหนึ่ง"

"ได้ขอรับ"

สวีจิ้งเทียนคอยเดินตามหลังจ่ายเงินให้นาง เขามองนางด้วยสายตาที่อ่อนโยนลงบ้างเล็กน้อย

คล้ายมีบางอย่างในตัวนางที่เปลี่ยนไป แต่เขาเองก็ไม่รู้ว่ามันมีอะไรที่เปลี่ยนไปกันแน่?

"ใจคอเจ้าจะแวะร้านของกินทุกร้านเลยหรือไร?"

"อีกร้านเดียวเจ้าค่ะ ข้าจะไปกินบะหมี่ตรงนั้น โอ๊ะ!!!"

หนิงเจียวเดินนำสวีจิ้งเทียนไปที่ร้านบะหมี่ แต่นางกลับวิ่งไปชนกับใครคนหนึ่งเข้า

"โอ๊ะ!!! แม่นาง เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?"

"ไม่เจ้าค่ะ"

"คุณชายเหยากวง"

"อ้าว คุณชายสวี ท่านมาเดินตลาดหรือ?"

สวีจิ้งเทียนมองหนิงเจียวที่ถูกเหยากวงประคองเอาไว้ด้วยสายตาไม่พอใจ เมื่อได้เห็นเนินอกที่ล้นทะลักของนาง ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก

เสื้อผ้าดีดีไม่มีใส่หรือไร!!! ใส่เสื้อผ้าตัวเล็ก ๆ จะโชว์ให้ใครดูกัน!!!

"ข้าพาภรรยามาซื้อของ"

ไม่พูดเปล่า สวีจิ้งเทียนดึงแขนหนิงเจียวให้เข้ามาหาเขา ก่อนจะสอดมือเข้าไปโอบกอดที่เอวบางระหงของนาง เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ

"อ้อ  ที่แท้ก็ฮูหยินน้อยของท่านนี่เอง ช่างงามเหลือเกิน"

สวีจิ้งเทียนปรายตามองเหยากวงด้วยสายตาเย็นชา หากไม่ติดว่าที่นี่เป็นตลาด เขาจะทุบตีเหยากวงให้สาแก่ใจ กล้าดีอย่างไรกันมาชมภรรยาของเขา!!!

"ข้าเองก็รูปงาม ภรรยาย่อมต้องงดงามไม่แพ้กัน ข้าขอตัวก่อน ยังมีเรื่องราวให้ต้องไปทำอีกมาก"

"เชิญ"

เหยากวงมองสวีจิ้งเทียนกับหนิงเจียวที่เดินจากไปด้วยสายตาครุ่นคิด

ฮูหยินของสวีจิ้งเทียนช่างงามเหลือเกิน หากเขาสามารถแย่งนางมาเป็นภรรยาของตนเองได้ก็คงจะดีไม่น้อย

ร้านเสื้อผ้า

"นี่ท่าน!!! ข้าหายใจไม่ออกเจ้าค่ะ"

"ใส่ไว้!!! อย่าคิดที่จะถอดออกแม้แต่น้อย ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน"

หนิงเจียวลอบสบถด่าทอสวีจิ้งเทียนในใจ ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดอาการโรคจิตของเขาจึงมากำเริบที่กลางตลาดเช่นนี้ เขาพานางมาร้านผ้า และสั่งผ้าคลุมหน้าให้นางปิดหน้าเอาไว้ แล้วยังหาหมวกใบใหญ่ให้นางใส่ ปิดจนนางหายใจไม่ออก มองไม่เห็นผู้ใด ก่อนจะลากนางให้ขึ้นมาบนรถม้าเพื่อกลับจวนตระกูลสวี

"เสื้อผ้าเจ้าขาดแคลนหรืออย่างไรกัน ถึงชอบใส่ชุดที่มันทำให้เนินอกเจ้าล้นทะลักเช่นนี้ ใส่มาอวดให้ใครดูกัน!!!"

สวีจิ้งเทียนยื่นมือไปดึงชายเสื้อบริเวณเนินอกของหนิงเจียวให้ขยับขึ้น ก่อนจะช้อนร่างบางระหงขึ้นมานั่งที่บริเวณขาข้างหนึ่งของเขา นางเองรู้สึกเขินอายไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้ขัดขืนกับการกระทำของเขา

"ท่าน อื้อออ!!!"

"เงียบ!!!"

สวีจิ้งเทียนปรายตามองหนิงเจียวอย่างตำหนิ ก่อนจะค่อย ๆ ปลดสายรัดด้านหลังของเสื้อด้านในให้หลุดออก หลังจากนั้นเขาก็โน้มใบหน้าลงมา ครอบริมฝีปากดูดดื่มกับยอดดอกบัวงามชูช่อที่ตระหง่านอยู่ตรงหน้า

หนิงเจียวรู้สึกเสียวซ่านไม่น้อย แต่ก็ไม่กล้าส่งเสียงร้อง ทำได้เพียงใช้มือขยำขยี้กับชายเสื้อของสวีจิ้งเทียน 

จ๊วบ จ๊วบ

ลิ้นร้อนดูดโลมเลียบนยอดอกสีชมพูเต่งตึงอย่างเอาแต่ใจ ทั้งขบเม้มยอดดอกบัวงามอย่างหยอกเย้า สองมือขยำขยี้อกอวบอิ่มที่ใหญ่ล้นทะลัก จนเต็มสองมือ ยิ่งได้นึกถึงภาพในฝันครั้งนั้นก็ทำให้เขายั้งอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่

ของจริงช่างใหญ่กว่าในฝันเหลือเกิน ล้นมือไปหมด!!!

หนิงเจียวยกมือขึ้นปิดปากเอาไว้ พยายามไม่ส่งเสียงร้องใดใดออกมา

"อื้อ คุณชายใหญ่!!! นี่มันบนรถม้านะเจ้าคะ อ่าห์!!!"

"แบบนี้สิดี ข้าชอบ มันตื่นเต้นดี"

ทั้งสองกอดรัดนัวเนียกันไปมา อยู่ในรถม้าเนิ่นนาน ราวกับโลกนี้มีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้น ชุดด้านบนของหนิงเจียวหลุดลุ่ยจนไม่เหลือชิ้นดี

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใด ที่เขาเริ่มสนใจในร่างกายของสตรีตรงหน้า รู้ตัวอีกทีเขาก็หลงใหลร่างกายของนางจนยากจะถอนตัวเสียแล้ว

"คุณชายใหญ่ถึงแล้วขอรับ"

รถม้าหยุดลงที่หน้าจวนสวี สวีจิ้งเทียนกับหนิงเจียวจำต้องรีบหยุดกิจกรรมภายในรถม้าลงเสีย เขาผละริมฝีปากออกจากยอดอกอวบอิ่มของนาง ก่อนจะรีบจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่ และเดินลงจากรถม้า มุ่งหน้ากลับไปที่เรือน เมื่อไปถึงก็มีบ่าวมาแจ้ง ว่าท่านย่าและท่านแม่เดินทางไปขอพรที่วัดบนเขา เพื่อขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้งานแต่งงานที่กำลังจะมาถึงของน้องชายทั้งสองของเขาราบรื่น

"คุณชายใหญ่เจ้าขา!!!"

หนิงเจียวมองดูเหล่าสาวใช้ทงฝังที่ดาหน้ากันวิ่งเข้ามาหาสวีจิ้งเทียนด้วยสายตาเป็นประกาย

เขาเองก็รู้สึกเบื่อสตรีเหล่านี้ไม่น้อย พวกนางคอยจ้องแต่จะเข้าหาเขา พยายามจะไต่ขึ้นมาเป็นอนุของเขา เขาไม่เคยแตะต้องสตรีเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย เขาคิดว่าจะมอบกายใจที่แสนบริสุทธิ์ของเขาให้กับสตรีที่เขารักเป็นคนแรกในคืนแต่งงานนั่นก็คือหนิงเซียน

เมื่อคิดถึงหนิงเซียน สวีจิ้งเทียนก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก หนิงเจียวที่เห็นเหล่าสาวใช้ทงฝังรายล้อมเขาอยู่ ก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าใดนัก นางถือถุงเกาลัดคั่วน้ำตาล เดินกลับไปที่เรือนนอน สวีจิ้งเทียนไล่สาวใช้ทงฝังให้กลับไปห้องของตัวเองจนหมด อย่ามาอยู่ขวางหูขวางตาเขาอีก ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอน และพบกับหนิงเจียวที่กำลังเคี้ยวเกาลัดคั่วน้ำตาลจนแก้มตุ้ย

"ของฟรีคงอร่อยมากสินะ?"

"เจ้าค่ะ คืนนี้ท่านจะไปค้างกับสาวใช้คนไหนหรือเจ้าคะ ข้าจะได้ให้พวกนางเตรียมตัว"

สวีจิ้งเทียนขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ 

"นี่เจ้ากำลังไล่ข้าไปหาพวกนาง?"

"ไม่ใช่นะเจ้าคะ ตั้งแต่ข้าแต่งเข้าจวนท่าน ก็ไม่เห็นท่านไปหาพวกนางอีก ท่านทำเช่นนี้พวกนางจะว่าข้าเอาได้นะเจ้าคะ"

"เจ้าอยากให้ข้าไปหรือ?"

"เจ้าค่ะ"

สวีจิ้งเทียนสะบัดชายเสื้อเดิน กระฟัดกระเฟียดออกไปด้วยความโมโห

ได้!!! อยากให้เขาไป เขาก็จะไป

หลังจากรับสำรับมื้อเย็นแล้ว หนิงเจียวก็เดินมานั่งอยู่ที่ริมหน้าต่าง สายตามองดูดวงจันทร์กลมโต ที่ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืน

ป่านนี้สวีจิ้งเทียนคงจะสนุกกับสาวใช้ทงฝังเหล่านั้นสินะ?

เอ๊ะ!!! นี่นางหึงหวงเขาหรือ? ไม่ใช่สิ ไร้สาระที่สุด!!!

ด้านสวีจิ้งเทียนนั้น คืนนี้เขามาหาเหลียนเหลียน แต่ทว่ากลับนอนนิ่งเฉยราวกับรูปปั้นไร้ความรู้สึก

เหลียนเหลียนทั้งถอดเสื้อผ้า  ยั่วยวนเขา ใช้สองเต้าที่ใหญ่มหึมาบดเบียดท่อนแขนของเขา อีกทั้งยังนัวเนียคลอเคลียเขา แต่ทว่าเขากลับไม่มีอารมณ์ตอบสนองแม้แต่น้อย

เขาคิดถึงแต่ภาพอันแสนเร่าร้อนของหนิงเจียว ภาพที่นางคลอเคลียและโลมเลียอยู่กับร่างกายของเขา ทำให้เขาเสียวซ่านจนเกินจะบรรยาย

นี่เขาคิดถึงสตรีไร้ยางอายผู้นี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน

"คุณชายใหญ่..."

"เลิกเรียกข้าสักที!!! แล้วใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย ข้าไม่มีอารมณ์!!!"

สวีจิ้งเทียนสวมเสื้อคลุมตัวนอกเพียงตัวเดียว เผยให้เห็นแผงอกล่ำสันที่น่าสัมผัส เขาเดินออกมาจากห้องของเหลียนเหลียนอย่างไม่ใส่ใจ ทิ้งให้นางอารมณ์ค้างอยู่เพียงผู้เดียว

"ไป๋เฉียน เจ้าดับเทียนเถิด ข้าจะเข้านอนแล้ว"

"เจ้าค่ะฮูหยินน้อย"

"ฮูหยินน้อยเจ้าคะ!!! ฮูหยินน้อย!!!"

หนิงเจียวหันไปมองที่ประตู ก่อนจะพบกับสาวใช้ผู้หนึ่งที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา

"มีอะไร?"

"ขออภัยที่มารบกวนท่านยามดึกเจ้าค่ะ แม่ของบ่าว แม่ของบ่าวจะคลอดบุตรเจ้าค่ะ!!!"

"แล้วเหตุใดไม่ไปตามหมอเล่า?"

"บ่าวแจ้งฮูหยินรองไปแล้วเจ้าค่ะ แต่นาง เอ่อ... นางบอกว่าให้รอไปก่อนเจ้าค่ะ ตอนนี้แม่ของบ่าวปวดท้องหนักมาก มีเลือดออกด้วยเจ้าค่ะ ฮือ ฮูหยินน้อย"

หนิงเจียวขมวดคิ้วมุ่น นี่มันเท่ากับนาทีเป็นนาทีตายของชีวิตคนเลยนะ มันรอกันไม่ได้ เหตุใดฮูหยินรองของท่านเสนาบดีสวีผู้นี้จึงใจดำนัก สาวน้อยผู้นี้ดูแล้วอายุคงเพียงสิบเอ็ดขวบปีเท่านั้น

"พาข้าไปหาแม่เจ้า ระหว่างทางเล่าอาการของแม่เจ้าให้ข้าฟังให้ละเอียด!!!"

"เจ้าค่ะ"

"ไป๋เฉียน ไปเร็ว!!!"

หนิงเจียวเดินตามสาวใช้ผู้นั้นออกมาจากเรือนนอน ก่อนจะพบกับสวีจิ้งเทียน ที่เดินเข้ามาพอดี

"เจ้าจะไปที่ใด?"

"แม่ของบ่าวกำลังจะคลอดบุตรเจ้าค่ะ"

"เหตุใดจึงไม่ไปตามหมอ ตามฮูหยินไปจะช่วยสิ่งใดได้ นางไม่เคยมีบุตร"

หนิงเจียวมองสวีจิ้งเทียน ก่อนจะเอ่ยกับเขาด้วยความรีบร้อน

"ดึกดื่นเช่นนี้จะไปตามหมอจากที่ใด นางเป็นเด็กผู้หญิงออกไปตอนกลางคืนเช่นนี้มันอันตรายนะเจ้าคะ ข้าพอมีความรู้เรื่องนี้อยู่ ข้าจะไปช่วยแม่ของนางเองเจ้าค่ะ"

หนิงเจียวไม่สนใจสวีจิ้งเทียนอีก นางเดินตามสาวใช้น้อยนางนั้นไปทันที

สาวใช้น้อยพานางมาที่บ้านโทรม ๆ ท้ายสวนหลังหนึ่ง นางบอกว่าแม่ของนางมีเลือดไหลออกมาไม่มาก หนิงเจียวพยักหน้าเล็กน้อย อาการเลือดออกเป็นอาการที่ปกติทั่วไปของสตรีที่ใกล้จะคลอด ขอเพียงเลือดไม่ออกมามากจนเกินไปก็จะไม่มีอันตรายใดใด

นางได้ยินเสียงสตรีร้องครวญครางดังมาจากด้านในด้วยความเจ็บปวด 

"ท่านแม่!!!"

"เจ้าไปตามหมอมาแล้วใช่หรือไม่?"

สตรีตรงหน้าเอ่ยถามบุตรสาวของตนด้วยสายตาเหนื่อยอ่อน หนิงเจียวรีบเดินเข้าไปจับชีพจรของนาง ก่อนจะถอนหายใจด้วยความโล่งใจ

ยังปลอดภัยดีอยู่

"ท่านคือ..."

"ไม่ต้องกลัว ข้าจะทำคลอดให้เจ้าเอง เจ้าทำตามที่ข้าบอกก็พอ ไป๋เฉียนไปหาไม้ไผ่มา ไม่ต้องยาวมาก เหลาให้แหลมคมคล้ายกับมีด ล้างน้ำให้สะอาด นำผ้าที่สะอาดที่สุดมาด้วย อย่าลืมเตาไฟนำมาให้ข้าด้วย"

"เจ้าค่ะ ฮูหยินน้อย"

หนิงเจียวหันมามองสตรีผู้นั้นอีกครั้ง ก่อนจะยื่นมือของนาง ไปจับมือสตรีผู้นั้นเอาไว้

การคลอดบุตรเปรียบเสมือนการไปโลกแห่งความตายครึ่งหนึ่ง คนไข้ย่อมต้องการกำลังใจและการใส่ใจที่มากพอ

"หายใจเข้าลึก ๆ ผ่อนลมหายใจ เข้า ออก ช้า ๆ ดีขึ้นหรือไม่?"

"ดีขึ้นบ้างเจ้าค่ะ"

"ผ่อนลมหายใจทางริมฝีปากช้า ๆ มันจะช่วยบรรเทาอาการปวดท้องของเจ้าได้"

"ฮูหยิน ของที่ให้เตรียมได้แล้วเจ้าค่ะ"

หนิงเจียวหันไปมองก่อนจะพยักหน้า

"ข้าขอดูหน่อยนะ"

หนิงเจียวเปิดผ้าคลุมด้านล่างของสตรีผู้นั้นออก ก่อนจะมองไปที่บริเวณตรงนั้นของนาง

"เห็นหัวเด็กแล้ว เจ้าเบ่งเลย เม้มริมฝีปาก เวลาเบ่งห้ามออกเสียงเด็ดขาด มิเช่นนั้นแรงของเจ้าจะหมด มา หนึ่ง สอง สาม เบ่ง!!!"

"อื้ออออ"

"เบ่งอีก!!!"

"อื้อออ!!!"

หนิงเจียวยื่นมือไปจับไม้ไผ่ที่เหลาจนแหลมขึ้น นำมาลนไฟจนร้อน ก่อนจะกรีดตรงบริเวณฝีเย็บที่นูนออกมาของนาง

"หัวเด็กออกมาแล้ว เจ้าหยุดก่อน!!!"

หนิงเจียวทำตามวิธีที่นางเรียนมา นำน้ำคร่ำต่าง ๆ ออกจากจมูกและปากของทารก นางค่อนข้างลำบากไม่น้อย ยุคสมัยที่ไม่มีเครื่องมือแพทย์ของปัจจุบัน นางต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง

"เอาละ เบ่ง!!!"

"อื้ออออ!!!"

"อุแว้!!!"

"ยินดีด้วยเจ้าได้บุตรชาย!!!"

สวีจิ้งเทียนที่ตามมา เมื่อได้ยินหนิงเจียวเอ่ยเช่นนั้นก็รู้สึกดีใจไม่น้อย

"สวีอวี้"

"เจ้าคะคุณชายใหญ่"

"ที่นี่ไม่มีใคร เจ้าเรียกข้าว่าท่านพี่เถิด"

"เจ้าค่ะท่านพี่"

"ท่านแม่ของเจ้าคลอดบุตรชายหรือ?"

"เจ้าค่ะ"

สวีจิ้งเทียนเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะยื่นถุงผ้าใบหนึ่งส่งให้สวีอวี้

"นี่อะไรหรือเจ้าคะ?"

"ตั๋วเงินนี่เอาติดตัวไว้ใช้ หากเกิดปัญหาอะไรขึ้น ให้ไปแจ้งพี่ที่เรือน อย่าไปหาฮูหยินรองอีก"

"เจ้าค่ะท่านพี่"

สวีอวี้คือสาวใช้น้อยที่วิ่งมาตามหนิงเจียว แท้จริงแล้ว นางคือน้องสาวต่างมารดาของสวีจิ้งเทียน แม่ของนางเป็นเพียงสาวใช้ สถานการณ์ที่เป็นอยู่ของสวีอวี้จึงค่อนข้างลำบากไม่น้อย ท่านพ่อเป็นคนรักหน้าตาทางสังคม เขาไม่มีทางยกสาวใช้ขึ้นมาเป็นภรรยาอย่างออกหน้าออกตาเป็นอันขาด ถึงแม้นางจะให้กำเนิดบุตรชายก็ตาม

สวีอวี้ตั้งใจจะไปหาสวีจิ้งเทียน แต่พบว่าพี่ชายของตนไม่ได้อยู่ที่ห้องหนังสือเหมือนเช่นเคย นางจึงไปหาหนิงเจียวเพื่อขอความช่วยเหลือจากนาง

สวีจิ้งเทียนเอง ก็รู้สึกลำบากใจไม่น้อย ที่ต้องทำท่าทางเหินห่างกับน้องสาวเวลาอยู่ต่อหน้าผู้อื่น ทั้งที่จริง ๆ แล้ว เขารักน้องสาวผู้นี้ไม่น้อย

หนิงเจียวเดินออกมาเห็นคนทั้งสองพูดจากัน นางได้ยินเรื่องราวทั้งหมด และพอจะเข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย

แท้จริงสวีอวี้ก็คือน้องสาวต่างมารดาของเขานี่เอง

"ฮูหยินน้อย ขอบพระคุณท่านมากนะเจ้าคะ"

"ไม่เป็นไร ทำตามที่ข้าบอก วิธีดูแลบาดแผลของแม่เจ้าที่ข้าสอนเจ้าจำได้ใช่หรือไม่?"

"จำได้เจ้าค่ะ"

"ข้าให้นางดื่มยาบรรเทาอาการปวดบริเวณบาดแผลแล้ว พรุ่งนี้ข้าจะให้ไป๋เฉียนนำยาไปเพิ่มให้อีก หากขาดเหลือสิ่งใดให้ไปหาข้าที่เรือนได้ตลอดเวลา"

"เจ้าค่ะ ฮูหยินน้อย"

หนิงเจียวพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะยืดแขนทั้งสองข้างขึ้น บิดเอวไปมา ด้วยความเหนื่อยล้า นางขยับซอยข้อเท้าขึ้นลง ทำให้เนินอกอวบอิ่มกระเพื่อมไปมา จนสวีจิ้งเทียนแววตาเป็นประกาย

"คุณชายใหญ่เจ้าคะ คุณชายใหญ่!!!"

"เรียกข้าทำไม?"

"เลือดกำเดาท่านไหลน่ะเจ้าค่ะ ให้ข้าดูหน่อยนะเจ้าคะ!!!"

"ไม่ต้องมายุ่ง!!! ข้าแค่เส้นเลือดฝอยแตกเพราะนม..."

"อะไรนะเจ้าคะ?"

"หึ้ย!!!"

สวีจิ้งเทียนสะบัดชายเสื้อเดินจากไปด้วยท่าทีกระอักกระอ่วน นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเขากัน เพียงแค่เห็นหน้าอกที่ใหญ่มหึมาของนาง เขาก็สติกระเจิงตลอด

สตรีงูพิษนางนี้ ต้องทำคุณไสยใส่เขาเป็นแน่!!! ช่างชั่วร้ายไม่เบา

 

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!