แม่หมอสายมู กับแม่ทัพดวงกาลกิณี

ตอนที่ 4: จัดฮวงจุ้ยบังหน้า... ชาร์จพลังงานบังใจ

👁️ 3 อ่าน

บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ของจวนแม่ทัพเงียบสงัดจนได้ยินเสียงถ่านในกระถางธูปปะทุ เซียวเหวินตงยังคงยืนนิ่ง นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของมู่หมิง ราวกับต้องการจะค้นหาเศษเสี้ยวของความโกหกหลอกลวง

แต่สิ่งที่เขาพบกลับมีเพียงความแน่วแน่... และประกายความกะล่อนจางๆ ที่เขาอ่านไม่ออก

‘สตรีผู้นี้ช่างแปลกคนนัก’ แม่ทัพหนุ่มคิดในใจ ‘คนอื่นเข้าใกล้ข้ามีแต่จะหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทาเหมือนเจอผี แต่นางกลับดู... สดชื่นขึ้น? แถมยังมองข้าดั่งมองสมบัติล้ำค่า’

“ยอมแลกด้วยชีวิตเพื่ออยู่เคียงข้างข้าอย่างนั้นหรือ?” เซียวเหวินตงทวนคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำพรูออกมาจากลำคอ “เจ้าคิดว่าตัวเจ้าเป็นใครถึงจะมาแก้เคล็ดดวงกาลกิณีของข้าได้ มู่หมิง... ข้าขอนเตือน เจ้าอย่าคิดใช้เล่ห์กลหมอดูต้มตุ๋นมาหาประโยชน์ในจวนแห่งนี้ ไม่อย่างนั้นแม้แต่กระดูกของเจ้าก็อาจจะไม่เหลือให้ฝัง”

มู่หมิงแอบกลืนน้ำลายเอื๊อก จิตสังหารของเทพสงครามแผ่ซ่านจนขนแขนลุกซู่ แต่พอมองไปที่หน้าจอระบบ...

[กำลังดูดซับพลังหยางบริสุทธิ์จากรัศมีรอบตัวเป้าหมาย...] [อัตราการชาร์จในระยะ 2 ก้าว: +30 นาที ต่อทุก ๆ 1 นาทีที่อยู่ใกล้] [พลังชีวิตรวม: 180 วัน 2 ชั่วยาม]

‘ไม่ได้การ! อยู่ห่างสองก้าวมันชาร์จช้าเกินไป แถมตอนนี้ไอดำกาลกิณีในจวนกำลังรบกวนระบบ ต้องหาทางสกินชิพ (สัมผัสตัว) แบบเนียน ๆ!’

เมื่อคิดได้ดังนั้น แม่หมอสาวในคราบสู้ชีวิตก็แสร้งทำเป็นถอนหายใจยาว ใบหน้าจิ้มลิ้มฉายแววโศกเศร้าแกมอาทร เธอขยับเท้าเข้าไปใกล้เขาอีกหนึ่งก้าวอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะเอื้อมมืออันเรียวบางไปแตะเข้าที่ชายแขนเสื้อไหมสีน้ำเงินเข้มของเขาเบา ๆ

หมับ!

ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสเนื้อผ้า ความอบอุ่นปานแสงแดดฤดูใบไม้ผลิแล่นริ้วเข้าสู่ร่างกายมู่หมิงทันที ตัวเลขระบบกระเด้งขึ้นรัว ๆ เป็นหน่วยวัน!

“ท่านแม่ทัพเพคะ หม่อมฉันไม่ได้พูดเพื่อเอาใจหรือต้มตุ๋น” มู่หมิงช้อนสายตาหวานซึ้งขึ้นมอง น้ำเสียงนุ่มนวลละมุนละไม “ท่านลองดูรอบ ๆ จวนของท่านสิเพคะ ต้นไม้เหี่ยวเฉา น้ำในสระนิ่งสนิทปานน้ำตาย ทิศตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นทิศแห่งโชคลาภกลับถูกบังด้วยกำแพงทึบกักขังพลังหยางไม่ให้ไหลเวียน สิ่งเหล่านี้บวกกับดวงชะตามหาจักรพรรดิโดดเดี่ยวของท่าน ยิ่งทำให้ไอดำกาลกิณีหนาแน่นขึ้นจนทำร้ายคนรอบข้าง”

เซียวเหวินตงก้มลงมองมือเล็ก ๆ ที่จับชายเสื้อของเขาอยู่ ตัวเขาแข็งทื่อไปเล็กน้อย ร่างกายหนุ่มฉกรรจ์ที่ไม่เคยถูกสตรีใดแตะต้องมานานหลายปีพลันเกิดความรู้สึกแปลกประหลาด มันอุ่นวาบในอกอย่างบอกไม่ถูก

“เจ้าจะบอกว่า จวนของข้าฮวงจุ้ยไม่ดี?”

“ไม่ใช่แค่ไม่ดีเพคะ แต่เรียกว่าพินาศเลยล่ะ!” มู่หมิงได้ทีรีบใส่ไข่ “แต่หม่อมฉันมีวิธีแก้เคล็ด! หากท่านแม่ทัพอนุญาตให้หม่อมฉันเข้ามารับหน้าที่เป็น ‘ซินแสประจำจวน’ จัดวางตำแหน่งสิ่งของ ย้ายทิศทางลม และคอยตรวจดวงชะตาให้ท่านอย่างใกล้ชิด... หม่อมฉันมั่นใจว่าจะสามารถบรรเทาไอกาลกิณีนี้ลงได้แน่นอนเพคะ!”

เซียวเหวินตงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแค่นเสียงในลำคอ “ให้เจ้าเข้ามาอยู่ในจวนงั้นหรือ? หึ ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าไม่ได้เป็นสายสืบที่ศัตรูทางการเมืองส่งมา”

“ถ้าหม่อมฉันเป็นสายสืบ หม่อมฉันคงเลือกไปอยู่กับอัครเสนาบดีฝ่ายขวา ไม่มาเสี่ยงชีวิตอยู่ใกล้แท่น... เอ๊ย อยู่ใกล้ท่านแม่ทัพผู้มีดวงกาลกิณีหรอกเพคะ!” มู่หมิงเผลอหลุดปาก ดีที่เปลี่ยนคำทัน “อีกอย่าง หากหม่อมฉันคิดร้ายดวงชะตาของหม่อมฉันย่อมต้องถูกไอกาลกิณีของท่านสะท้อนกลับจนกระอักเลือดไปแล้ว แต่นี่... หม่อมฉันยังอยู่ดีมีสุข แถมยังรู้สึก... อบอุ่นอบอวลอย่างบอกไม่ถูกเวลาอยู่ใกล้ท่าน”

คำพูดประโยคหลังทำเอาท่านแม่ทัพใหญ่แห่งแผ่นดินถงถึงกับหูแดงขึ้นมาจาง ๆ เขาแสร้งสะบัดแขนเสื้อออกจากการเกาะกุมของนาง (ทำเอามู่หมิงแอบเสียดายกระแสไฟที่ตัดขาดไป) แล้วหันหลังเดินกลับไปที่ตั่ง

“ก็ได้ ข้าจะทดลองเชื่อเจ้าดูสักครั้ง” เซียวเหวินตงเอ่ยเสียงเรียบ “ข้าจะให้เจ้าย้ายเข้ามาอยู่ที่เรือนท้ายจวน คอยดูแลเรื่องการปรับปรุงฮวงจุ้ยตามที่เจ้าว่า... แต่มีข้อแม้ หากภายในหนึ่งเดือน ไอกาลกิณีของข้ายังทำให้คนในจวนเจอเรื่องโชคร้ายอีก ข้าจะโยนเจ้าลงคุกใต้ดิน!”

“น้อมรับบัญชาเพคะท่านแม่ทัพ!” มู่หมิงยิ้มแก้มปริ คุกเข่าคำนับอย่างร่าเริง

บ่ายวันนั้น มู่หมิงย้ายสิ่งของที่มีอยู่เพียงน้อยนิดเข้ามายังเรือนพักท้ายจวน แม้จะเป็นเรือนหลังเล็กและค่อนข้างเงียบเหงา แต่สำหรับเธอแล้ว ที่นี่คือขุมทรัพย์ชั้นยอด เพราะมันอยู่ห่างจากเรือนใหญ่องค์แม่ทัพไม่ถึงร้อยเมตร

เธอนั่งลงบนเตียงไม้ พลางเรียกหน้าจอระบบออกมาตรวจสอบ

[ยินดีด้วย! โฮสต์เปิดใช้งานภารกิจเนื้อเรื่อง: ‘ซินแสฮวงจุ้ยข้างกายแม่ทัพ’] [เงื่อนไขปัจจุบัน: ร่างกายอินบริสุทธิ์ของโฮสต์เริ่มปรับตัวเข้ากับพลังหยางของเป้าหมาย] [แจ้งเตือนพิเศษ: ตรวจพบออร่าสีดำขมุกขมัวแฝงความประสงค์ร้าย กำลังเคลื่อนที่เข้าใกล้จวนแม่ทัพจากทิศใต้ในอีก 3 ชั่วยาม (ช่วงค่ำ) ]

“ออร่าประสงค์ร้ายงั้นเหรอ? มีคนจะมาลอบกัดงั้นสิ” มู่หมิงหรี่ตาลง “หึ คิดจะมาทำลายแท่นชาร์จแบตเตอรี่ส่วนตัวของฉันเหรอ? ข้ามศพยัยหมอดูสายมูคนนี้ไปก่อนเถอะ!”

หญิงสาวไม่รอช้า เริ่มต้นแผนการรุกเนียน ๆ ทันที เธอเดินไปที่ห้องครัวของจวน ซึ่งบรรดากระจิ่วกระจิ๋วและพ่อครัวต่างพากันนั่งจับเจ่าทำหน้าเศร้า เพราะเพิ่งทำถ้วยชามแตกไปหลายใบจากฤทธิ์ดวงซวยของท่านแม่ทัพ

“พี่ชายทุกท่าน วันนี้ข้า ‘มู่หมิง’ ซินแสประจำจวนคนใหม่ จะมาช่วยทำอาหารปรับธาตุหยาง-อินให้ท่านแม่ทัพเพคะ!” มู่หมิงประกาศตัวด้วยรอยยิ้มสดใส

เธอใช้ความรู้เรื่องอาหารมงคลตามตำราเบญจธาตุ เลือกใช้ ‘ไก่ดำ’ (ธาตุอินเพื่อซับความร้อนส่วนเกิน) ตุ๋นกับ ‘โสมคนและพุทราจีน’ (ธาตุหยางบริสุทธิ์เพื่อเสริมพลังชีวิต) บรรจงเคี่ยวจนส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วทั้งห้องครัว พ่อครัวใหญ่ถึงกับตาโตเพราะอาหารมื้อนี้ไม่มีกลิ่นอายของเสบียงทหารอันหยาบกระด้างเลยแม้แต่น้อย

ยามค่ำคืน (ช่วงต้นยามซวี - ประมาณหนึ่งทุ่ม)

เซียวเหวินตงนั่งอ่านฎีกาการทหารอยู่ในห้องอักษร ร่างกายของเขารู้สึกอ่อนล้ากว่าปกติเนื่องจากช่วงนี้ความตึงเครียดในราชสำนักสูงขึ้น ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูเบา ๆ ก็ดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นหอมของน้ำแกงตุ๋นยาจีนที่โชยเข้ามาก่อนตัวคน

“ท่านแม่ทัพเพคะ หม่อมฉันมู่หมิง นำน้ำแกงปรับสมดุลธาตุมาถวายเพคะ”

“เข้ามา”

มู่หมิงประคองถาดไม้เดินเข้ามาในห้อง เธออยู่ในชุดสะอาดสะอ้านขึ้น ใบหน้าจิ้มลิ้มดูมีน้ำมีนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอก้าวเข้ามายืนข้างตั่งอักษร วางถ้วยน้ำแกงลงอย่างอ่อนช้อย

“ท่านแม่ทัพทรงตรากตรำงานหนัก ไอกาลกิณีรอบตัวจะยิ่งดึงพลังงานบวกไปเพคะ ต้องเสวยน้ำแกงถ้วยนี้เพื่อปรับสมดุลขจัดความเครียด” มู่หมิงเอ่ยพลางยื่นถ้วยให้

เซียวเหวินตงมองน้ำแกงสีทองใสสลับดำที่มีกลิ่นหอมละมุน เขาหยิบช้อนขึ้นมาตักชิม... รสชาติกลมกล่อม หวานชุ่มคอ และทันทีที่น้ำแกงไหลลงสู่ลำคอ ความอบอุ่นสายหนึ่งก็แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความเหนื่อยล้าที่มีมาตลอดทั้งวันพลันมลายหายไปราวกับปาฏิหาริย์

“ฝีมือเจ้า... ไม่เลว” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยชมเสียงเรียบ แต่นัยน์ตาฉายแววพึงพอใจอย่างมาก

‘หึ ๆ ๆ แน่นอนสิยะ สูตรนี้สูตรลับจักรพรรดิเชียวนะ!’ มู่หมิงแอบยืดในใจ แต่ในจังหวะนั้นเอง หน้าจอระบบในตาของเธอแผ่รังสีสีแดงกระพริบรัวถี่ ๆ!

[คำเตือน! เป้าหมายประสงค์ร้ายเข้าสู่ระยะ 50 เมตร!] [พิกัด: บนหลังคาห้องอักษร ทิศใต้ มีเจตนาสังหารและใช้ ‘อาวุธเคลือบยาพิษ’]

มู่หมิงหน้าซีดลงเล็กน้อย ก่อนจะแสร้งทำเป็นอุทานลั่น “ว้าย! ท่านแม่ทัพเพคะ!”

“มีอะไร?” เซียวเหวินตงขมวดคิ้ว

“ดวงท่าน... ดวงท่านเกิดรูรั่วกะทันหันเพคะ! มีดาวเพชฌฆาตโคจรตัดหน้าจากทิศใต้!” มู่หมิงทำเป็นตื่นตระหนกสุดขีด เธอแสร้งทำเป็นก้าวพลาด สะดุ้งโหยงแล้วพุ่งตัวเข้าใส่ร่างสูงใหญ่ของเซียวเหวินตงอย่างเต็มแรง!

ตุบ!

ร่างผอมบางของเธอถลาเข้าไปซุกอยู่ในอ้อมอกกว้างอันหนั่นแน่นด้วยกล้ามเนื้อของเขา มือทั้งสองข้างกอดหมับเข้าที่เอวสอบหนาแน่นเหนียวปานตุ๊กแก สูดกลิ่นอายพลังหยางสีทองบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด

“เจ้า! ทำอะไรของเจ้า...” เซียวเหวินตงตกใจ หน้าขึ้นสีระเรื่อ รีบยกมือขึ้นจะผลักนางออก

ฉึก!!!

ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ผลัก ลูกดอกอาบยาพิษสีดำสนิทเล่มหนึ่งก็พุ่งทะลุหน้าต่างกระดาษจากทางทิศใต้ เฉียดผ่านจุดที่เซียวเหวินตงเคยนั่งอยู่เมื่อครู่วิเดียว ไปปักเข้าที่พนักพิงตั่งอักษรอย่างรุนแรงจนเนื้อไม้ไหม้เกรียมจากพิษร้าย!

หากเมื่อครู่มู่หมิงไม่พุ่งเข้ามาชนเขาจนล้มลงไปด้านข้าง... ลูกดอกเล่มนั้นคงปักเข้ากลางอกของเขาไปแล้ว!

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอักษรอีกครั้ง เซียวเหวินตงนัยน์ตากร้าว จิตสังหารปะทุขีดสุด เขารีบตะโกนสั่งการองครักษ์ภายนอก “มีมือสังหาร! จับมันให้ได้!”

“รับบัญชา!” เสียงทหารองครักษ์พุ่งตัวไล่ล่าตามหลังคาดังสับสน

ภายในห้อง... เซียวเหวินตงก้มลงมองสตรีที่ยังคงนอนกอดเอวเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ใบหน้าของนางซุกอยู่กับอกเสื้อของเขา ร่างกายของนางสั่นเทา (จริง ๆ คือนางกำลังฟินกับพลังชีวิตที่เด้งเอา ๆ)

แม่ทัพหนุ่มใจสั่นสะท้านอย่างรุนแรง... นางรู้ล่วงหน้าว่ามีภัย และนางยอมใช้ร่างผอมบางของตัวเองพุ่งเข้ามาบัง... เข้ามาช่วยเขาโดยไม่กลัวตาย! ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ารอบตัวเขามีแต่ความพินาศ แต่นางกลับวิ่งเข้าหาเขาครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อปกป้องเขา

มือหนาที่เคยจับแต่ดาบฆ่าคน ค่อย ๆ ยกขึ้นอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ก่อนจะวางลงบนแผ่นหลังเล็กของมู่หมิง แผ่วเบาและทะนุถนอมอย่างที่สุด

“เจ้า... เจ็บตรงไหนหรือไม่?” เสียงของเขานุ่มนวลลงอย่างที่ไม่เคยมีทหารคนใดเคยได้ยินมาก่อน “ข้าบอกแล้วใช่ไหมว่าอยู่ใกล้ข้ามีแต่เรื่องอันตราย เหตุใดเจ้าถึงต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงเพื่อข้าขนาดนี้...”

มู่หมิงที่กำลังมองตัวเลขระบบ [พลังชีวิต: +50 วัน... +100 วัน] แอบยิ้มกริ่มใต้悦อกเสื้อของเขา ก่อนจะช้อนตาแดง ๆ ที่แสร้งบีบน้ำตาขึ้นมองเขาแล้วตอบเสียงสั่นเครือ

“เพื่อท่านแม่ทัพ... ต่อให้ต้องตาย หม่อมฉันก็ไม่เสียดายเพคะ...” (จริง ๆ คือถ้าไม่ได้ชาร์จแบตจากท่าน ข้าต่างหากที่จะตายค่ะท่านแม่ทัพ!)

ความเข้าใจผิดแสนหวานนี้ เริ่มหยั่งรากลึกลงในใจของท่านแม่ทัพคลั่งรักเข้าเสียแล้ว!

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!