ผมแค่จะสตรีมทำอาหารเลี้ยงลูก แต่ท่านประธานคนนั้นช่วยหยุดเปย์ก่อนได้ไหมครับ

ตอนที่ 2: ข้าวผัดทองคำ กับเทพเจ้าสายเปย์ที่ชื่อว่าคุณหมีขั้วโลก

👁️ 1 อ่าน

แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านเนื้อหยาบสีตุ่น ปลุกให้ผมตื่นขึ้นมาพบกับความเป็นจริงที่ว่า... สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ไม่ใช่ความฝัน

ผมกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัสสายตา มองดูสภาพห้องเช่ารูหนูที่มีคราบน้ำซึมบนเพดาน ร่างกายที่เคยผอมแห้งและหนักอึ้งราวกับถูกสูบวิญญาณ เริ่มมีพละกำลังและรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาบ้างหลังจากที่ได้รับข้าวไข่ข้นร้อนๆ ตกถึงท้องไปเมื่อคืน แม้จะยังรู้สึกปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้ออยู่บ้างจากร่องรอยการใช้ชีวิตอย่างสมบุกสมบันของเจ้าของร่างเดิม แต่สติสัมปชัญญะของ 'เชฟปกรณ์' ในร่างนี้กลับมาแจ่มใสเต็มร้อยแล้ว

ผมหันไปมองพื้นที่ว่างข้างกาย บนฟูกนอนเก่าๆ ที่ยุบตัวลงไปตามน้ำหนัก เจ้าก้อนแป้ง ‘หมูหยอง’ ยังคงหลับสนิท ลมหายใจเข้าออกดังฟี้ๆ อย่างสม่ำเสมอ แก้มตอบๆ ที่เปื้อนคราบน้ำตาเมื่อคืนตอนนี้ดูผ่อนคลายลงมาก แพขนตาหนางอนทาบลงบนผิวแก้ม ผมเผลอยิ้มออกมามุมปากโดยไม่รู้ตัวเมื่อสายตาเลื่อนไปเห็นมือเล็กๆ ผอมเกร็งนั่น... มือของเด็กน้อยยังคงกำชายเสื้อยืดเก่าๆ ของผมเอาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าถ้าปล่อยมือแล้ว พ่อที่แสนใจดีคนนี้จะหายวับไปกับตา

ผมค่อยๆ แกะมือเล็กๆ นั้นออกอย่างเบามือที่สุด ลูบกลุ่มผมนุ่มที่ยุ่งเหยิงเบาๆ

"วันนี้แหละลูก ปะป๊าจะเปลี่ยนชีวิตเราเอง"

ผมกระซิบคำปฏิญาณนั้นกับตัวเองอย่างหนักแน่น ก่อนจะลุกขึ้นมาจัดการธุระส่วนตัวและเตรียมตัวสำหรับแผนการใหญ่ สิ่งแรกที่คนเป็นเชฟต้องทำก่อนเริ่มรังสรรค์เมนูใดๆ คือ ‘เคลียร์พื้นที่’ ให้พร้อมใช้งาน

ห้องเช่ารูหนูที่รกยิ่งกว่ารังหนูถูกผมจัดระเบียบใหม่เท่าที่สองมือนี้จะทำได้ ขยะถูกเก็บรวบรวมใส่ถุงดำ เสื้อผ้าที่กองระเกะระกะถูกจับยัดใส่ตะกร้า ผมเน้นทำความสะอาดไปที่โซนครัวปิกนิกหลังห้องเป็นพิเศษ ผมใช้เศษผ้าชุบน้ำยาล้างจานก้นขวด ขัดถูคราบน้ำมันและสนิมเขรอะจนหน้าเตาแก๊สเริ่มกลับมาขึ้นเงา เช็ดเคาน์เตอร์กระเบื้องแตกๆ จนสะอาดเอี่ยม แม้อุปกรณ์ในครัวนี้จะเก่าและพังทลายแค่ไหน แต่สำหรับผมแล้ว 'ความสะอาดคือหัวใจและวิญญาณของเชฟ'

ปัญหาใหญ่ที่ตามมาคืออุปกรณ์สำหรับการสตรีม... ในยุคที่ใครๆ ก็เป็นสตรีมเมอร์ได้ด้วยอุปกรณ์ครบเซ็ต ผมกลับมีเพียงสมาร์ตโฟนหน้าจอแตกร้าวราวกับผ่านสมรภูมิรบ กับแก้วกาแฟพลาสติกใช้แล้วที่ผมเก็บมาล้างทำความสะอาด แล้วใช้คัตเตอร์บากให้เป็นร่อง เพื่อดัดแปลงเป็นที่ตั้งกล้องชั่วคราว ขาตั้งกล้องง่อยๆ นี้ถูกวางลงบนกระป๋องนมข้นหวานอีกทีเพื่อให้ได้มุมมองระดับสายตาที่พอดีกับเตาแก๊ส

"ปะป๊า... ทำอะไรครับ?"

เสียงเล็กๆ ใสแจ๋วที่ติดจะแหบพร่าเพราะเพิ่งตื่นนอนทักขึ้น ผมหันไปมองก็เห็นหมูหยองกำลังยืนขยี้ตางัวเงีย มือข้างหนึ่งถือชายเสื้อตัวเองม้วนไปมา เดินเตาะแตะเข้ามาหาผมที่หน้าเตาแก๊ส ท่าทางกล้าๆ กลัวๆ เหมือนยังไม่แน่ใจว่าพ่อคนนี้อารมณ์ดีอยู่หรือเปล่า

"ปะป๊าจะทำงานครับ หมูหยองอยากช่วยป๊าไหม?" ผมยิ้มกว้าง ตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุด

"ช่วย! หนูอยากช่วยครับ!"

เด็กน้อยตาวาวเป็นประกายขึ้นมาทันที ความหวาดกลัวจางหายไปแทนที่ด้วยความกระตือรือร้น หมูหยองรีบวิ่งไปล้างหน้าล้างมือที่อ่างซิงก์ตามที่ผมเคยสอนไว้เมื่อคืน ก่อนจะวิ่งมายืนยืดอกรอรับคำสั่งอยู่ข้างๆ

ผมยิ้มด้วยความเอ็นดู แล้วจัดการปรับองศาโทรศัพท์บนขาตั้งแก้วพลาสติกให้เข้าที่ นิ้วเรียวกดเข้าแอปพลิเคชันสตรีมมิ่งชื่อดังที่ชื่อว่า ‘LiveCook’ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับคนรักการทำอาหาร หัวข้อสตรีมสำหรับการเดบิวต์ในเช้าวันนี้ ผมตั้งใจคิดมาอย่างดี เอาแบบเรียบง่าย ไม่ต้องประดิษฐ์คำหรูหรา แต่ดึงดูดความสนใจและชวนให้สงสัย

[สตรีมเมอร์มือใหม่ : ข้าวผัดไข่ในตำนานของปะป๊าและเจ้าหมูหยอง]

ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจในฐานะอดีตเชฟใหญ่ นิ้วผมกดลงบนปุ่ม Go Live...

หน้าจอโหลดหมุนติ้วอยู่เสี้ยววินาที ก่อนที่ภาพของผมและลูกชายตัวน้อยในห้องครัวซอมซ่อจะปรากฏขึ้นบนหน้าจอ วินาทีต่อมา ตัวเลขยอดคนดูที่มุมขวาบนขยับจาก 0 เป็น 1... 5... และหยุดนิ่งอยู่ที่ 12 คน ส่วนใหญ่คงเป็นขาจรที่กำลังไถหน้าจอหาอะไรดูยามเช้า แล้วบังเอิญกดเข้ามาดูเพราะชื่อห้องที่แปลกตา

"สวัสดีครับทุกคน..." ผมทักทายหน้ากล้องด้วยรอยยิ้มมั่นใจและสายตาที่ทรงเสน่ห์ แบบเดียวกับที่ผมเคยใช้ตอนไปออกรายการทีวีทำอาหารชื่อดัง "วันนี้ผมกับผู้ช่วยตัวน้อย จะมาทำเมนูเช้าแบบง่ายๆ แต่รับรองว่ารสชาติระดับภัตตาคารห้าดาวกันครับ"

ทันทีที่ผมพูดจบ คอมเมนต์ในช่องแชทก็เริ่มขยับ

[สวัสดียามเช้าครับคุณพ่อ] [เด็กน้อยน่ารักจัง ลูกชายเหรอคะ? แก้มยุ้ยมาก] [หน้าจอแตกมากพี่ชาย ภาพมัวสุดๆ ลงทุนซื้อกล้องหน่อย 555]

คอมเมนต์เริ่มไหลผ่านหน้าจอ แม้จะมีคนแซวเรื่องสภาพกล้องและห้องครัวที่ดูอนาถา แต่ผมไม่ได้โต้ตอบด้วยคำพูด ผมเลือกที่จะให้การกระทำและทักษะของผมเป็นตัวพิสูจน์แทน

"เมนูวันนี้คือ 'ข้าวผัดทองคำ' ครับ วัตถุดิบของเรามีแค่ข้าวสวยเย็นแช่ตู้เย็น ไข่ไก่สองฟอง และเกลือป่น... ใช่ครับ มีแค่นี้จริงๆ หลายคนอาจจะคิดว่าข้าวผัดต้องใส่เนื้อสัตว์เยอะๆ ถึงจะอร่อย แต่ความจริงแล้ว ข้าวผัดไข่ที่แท้จริงคือบทพิสูจน์ฝีมือขั้นสูงสุดของเชฟครับ"

ผมเริ่มขยับมืออย่างคล่องแคล่วราวกับกำลังร่ายรำ ผมตอกไข่ไก่ลงในชาม ใช้เปลือกไข่สลับไปมาเพื่อแยกไข่แดงออกจากไข่ขาวอย่างรวดเร็วจนมองแทบไม่ทัน จากนั้นนำเฉพาะไข่แดงสีสดขยี้ลงไปผสมคลุกเคล้ากับข้าวสวยเย็นชืดในชามใบใหญ่ ผมใช้มือที่ล้างสะอาดแล้วนวดเบาๆ จนไข่แดงเคลือบเม็ดข้าวทุกเม็ดอย่างสม่ำเสมอ จนข้าวธรรมดาๆ กลายเป็นสีเหลืองทองอร่ามราวกับทองคำ

ผมเปิดเตาแก๊ส ตั้งกระทะเหล็กใบเก่าจนควันเริ่มลอยกรุ่น หยดน้ำมันที่เพิ่งลงไปซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อด้านล่างเพียงเล็กน้อยลงไปเคลือบกระทะ เทข้าวที่คลุกไข่แดงลงไป

ซู่!

เสียงข้าวปะทะความร้อนดังฉ่า เสียงตะหลิวเหล็กกระทบกับผิวกระทะดังเป็นจังหวะ 'ฉับ! ฉับ! ฉับ!' เหมือนเสียงเครื่องดนตรีเพอร์คัสชันชั้นยอด ผมใช้ข้อมือสะบัดกระทะกระดกขึ้นลงอย่างรวดเร็วและทรงพลัง เม็ดข้าวสีทองลอยละล่องขึ้นกลางอากาศแล้วตกลงมาในกระทะอย่างแม่นยำ ไม่กระเด็นหกเลยแม้แต่เม็ดเดียว

กลิ่นหอมของไข่ที่ถูกคั่วด้วยไฟแรงจนเกิดปฏิกิริยา 'ปฏิกิริยาเมลลาร์ด' (Maillard reaction) ผสมผสานกับกลิ่น 'กลิ่นกระทะไหม้' (Wok Hei) เริ่มอบอวลฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง และดูเหมือนอานุภาพความน่ากินนี้จะทะลุผ่านเลนส์กล้องไปถึงคนดู เพราะในสตรีมเริ่มมีคอมเมนต์รัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยอดคนดูขยับขึ้นไปที่ 50 คนแล้ว

[เฮ้ย เทคนิคการสะบัดกระทะนั่นมันอะไรกัน! โคตรโปร!] [ไม่ธรรมดาแล้ว พ่อลูกอ่อนคนนี้เป็นเชฟเก่าป่ะเนี่ย? ข้อมือพลิ้วมาก] [หิวเลย... กลิ่นเหมือนจะทะลุจอมาเลยครับ ทำไมข้าวผัดไข่ธรรมดามันดูน่ากินขนาดนี้] [นี่มันข้าวผัดจักรพรรดิชัดๆ เม็ดข้าวเด้งดึ๋งเลย!]

"ขั้นตอนสำคัญของการทำข้าวผัดทองคำคือการคุมไฟและการใช้ข้อมือครับ..." ผมอธิบายไปพร้อมกับสะบัดกระทะไม่หยุด "ต้องใช้ไฟแรงจัด คั่วให้ไข่แดงที่เคลือบเม็ดข้าวสุกแห้งรัดตัวเม็ดข้าวไว้ เพื่อไม่ให้ข้าวแฉะ เราต้องผัดจนข้าวร่วนซุย เด้ง และแยกตัวออกจากกันแบบนี้... ปิดท้ายด้วยการโรยเกลือเพื่อดึงความหวานของไข่และข้าวออกมา"

ผมตักข้าวผัดสีเหลืองทองที่สุกได้ที่ลงในจานกระเบื้องสีขาว เม็ดข้าวทุกเม็ดเรียงตัวสวยงาม เปล่งประกายสีทองเงางามราวกับงานศิลปะชิ้นเอก มีควันกรุ่นลอยขึ้นมาแตะจมูก ผมจัดแจงวางช้อน แล้วเลื่อนจานไปตรงหน้าผู้ช่วยตัวน้อยที่ตอนนี้นั่งกลืนน้ำลายดังเอื้อกอยู่ข้างๆ

"หมูหยองครับ ชิมให้พี่ๆ ในสตรีมดูหน่อยลูก ว่าฝีมือปะป๊าเป็นยังไง" ผมส่งซิกให้ลูกชาย

หมูหยองรับช้อนไปอย่างกระตือรือร้น ดวงตากลมโตจดจ่ออยู่กับภูเขาข้าวสีทองตรงหน้า เด็กน้อยตักข้าวคำโตเป่าลมฟู่ๆ สองสามที แล้วส่งเข้าปาก

วินาทีที่รสชาติของข้าวผัดแตะลิ้น หมูหยองตาโตเบิกกว้าง เคี้ยวตุ้ยๆ จนแก้มป่องเป็นก้อนกลมๆ สองข้าง ก่อนจะหลับตาพริ้ม ทำหน้าฟินขั้นสุดขีด แล้วหันมามองกล้องพรางทำท่าชูนิ้วโป้งสองข้างให้รัวๆ

"อื้อออ! ปะป๊า... ข้าวผัดหอมมากกก อร่อยที่สุดในโลกเลยฮะ! ข้าวเด้งดึ๋งๆ ในปากเลย พี่ๆ กินด้วยกันไหมครับ? อ้ามมม~"

เด็กน้อยยื่นช้อนเปล่าๆ มาทางหน้ากล้องเหมือนจะป้อนคนดู พร้อมกับรอยยิ้มแฉ่งที่โชว์ฟันซี่เล็กๆ แรงระเบิดความน่ารักและไร้เดียงสาของเจ้าก้อนแป้ง ทำเอาช่องแชทที่กำลังตะลึงกับฝีมือทำอาหาร แทบค้างไปกับดาเมจความน่ารักนี้

[โอ๊ยยย ใจป้าละลายหมดแล้วลูก! จะกินป้าก็ยอม!] [เจ้าหนูแก้มยุ้ยมากกกก อยากทะลุจอไปบีบแก้ม!] [เอาไปเลยค่านมครับลูกชาย! พี่โอนแล้ว!] [ปะป๊าหล่อแถมทำอาหารเก่ง ลูกก็น่ารัก ขอสมัครเป็นมัมหมีน้องหมูหยองค่ะ!]

[ผู้ใช้ ‘มดตะนอย’ โดเนทสติกเกอร์ ‘หัวใจ’ 10 ดวง] [ผู้ใช้ ‘สายกิน’ โดเนทสติกเกอร์ ‘ไอศกรีม’ 5 แท่ง] [ผู้ใช้ ‘พี่สาวคนสวย’ โดเนทสติกเกอร์ ‘นมขวด’ 20 ขวด]

เสียงเอฟเฟกต์การโดเนทดังขึ้นรัวๆ สติกเกอร์ของขวัญแอนิเมชันน่ารักๆ เด้งขึ้นมาบนหน้าจอไม่หยุด ผมยิ้มกว้าง ขอบคุณทุกการโดเนทและการสนับสนุนอย่างจริงใจ

"ขอบคุณคุณมดตะนอย คุณสายกิน และคุณพี่สาวคนสวยมากๆ นะครับ สำหรับค่านมของหมูหยอง" แม้รวมๆ แล้วยอดเงินที่ได้มาอาจจะแค่หลักร้อยบาท แต่สำหรับผมในสภาพที่เหลือเงินติดบัญชีแค่ยี่สิบห้าบาท มันคือจุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่และต่อลมหายใจของเราสองพ่อลูกได้จริงๆ

แต่แล้ว... ในขณะที่ผมกำลังจะชวนคนดูคุยต่อ จู่ๆ หน้าจอแอปพลิเคชันก็เกิดการเปลี่ยนแปลง แถบแชทปกติถูกผลักตกลงไป ขอบหน้าจอโทรศัพท์ของผมปรากฏเอฟเฟกต์กรอบสีทองอร่ามที่สว่างจ้า พร้อมกับเสียงแตรประโคมที่ดังกังวานไปทั่วห้องสตรีม มันเป็นแอนิเมชันที่บดบังคอมเมนต์อื่นทั้งหมด เพื่อประกาศการมาเยือนของบุคคลระดับ VIP

[ผู้ใช้ ‘Polar Bear’ เข้าสู่ห้องสตรีม]

ห้องแชทที่กำลังคึกคัก จู่ๆ ก็เงียบกริบไปครู่หนึ่งราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา ก่อนที่วินาทีต่อมา มันจะระเบิดออกมาอีกครั้งด้วยความเร็วคอมเมนต์ที่ไหลเชี่ยวจนตาผมอ่านแทบไม่ทัน

[เฮ้ย! นั่นมัน Polar Bear นี่นา!] [กรี๊ดดด เทพเจ้าสายเปย์มาได้ไงเนี่ย!? เขาไม่เคยเข้าช่องคนดูต่ำกว่าพันนะ!] [พี่หมีขาเปย์เข้าห้องไหน ห้องนั้นเตรียมตัวแชทแตกแน่!] [คุณพ่อ! เตรียมตัวรับแรงกระแทกเลย!]

ผมมองชื่อยูสเซอร์ปริศนาที่มีกรอบมงกุฎล้อมรอบชื่อนั่นอย่างงงๆ 'Polar Bear' หรือ 'คุณหมีขั้วโลก' งั้นเหรอ? ผมเพิ่งเคยโหลดแอปนี้มาใช้เป็นครั้งแรก จึงไม่รู้เลยว่าชื่อนี้คือตำนานที่มีตัวตนอยู่จริงในวงการสตรีมมิ่ง

ก่อนที่ผมจะได้เอ่ยปากถามอะไร วินาทีต่อมา หน้าจอโทรศัพท์ที่ร้าวๆ ของผมก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเหมือนเครื่องจะพังให้ได้ หน้าจอมืดลงชั่วขณะ ก่อนจะมีภาพแอนิเมชัน 3D ของจรวดลำใหญ่พุ่งขึ้นสู่อวกาศ แล้วประกอบร่างกลายเป็นสถานีอวกาศสุดอลังการลอยเด่นอยู่กลางหน้าจอ!

[ผู้ใช้ ‘Polar Bear’ โดเนท ‘สถานีอวกาศ’ 1 สถานี!] (มูลค่าโดเนท 10,000 บาท)

ดวงตาของผมเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า ตัวเลขศูนย์สี่ตัวที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอทำเอาผมแทบลืมวิธีหายใจ สิบพัน! หนึ่งหมื่นบาทถ้วน! สำหรับการสตรีมครั้งแรกที่มียอดคนดูแค่ไม่ถึงร้อยคนเนี่ยนะ!

"ขะ...ขอบคุณคุณ Polar Bear มากครับ!" ผมอุทานออกมาอย่างลืมตัว เสียงสั่นอย่างปิดไม่มิด ความเป็นมืออาชีพที่สั่งสมมาปลิวหายไปในอากาศชั่วขณะ "ส่ง... ส่งมาเยอะขนาดนี้ ผมทำข้าวผัดทองคำส่งเดลิเวอรี่ให้คุณกินทั้งเดือนยังได้เลยครับ!"

ช่องแชทแตกตื่นกันยกใหญ่กับยอดเงินโดเนทมหาศาล ทุกคนต่างพากันกดสติกเกอร์ชาบูและตกตะลึง ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น ข้อความตัวอักษรสีทองอร่ามที่ถูกปักหมุดไว้ด้านบนสุดก็ปรากฏขึ้น มันเป็นข้อความสั้นๆ เรียบง่าย แต่กลับทรงพลัง

[Polar Bear: ผมไม่ได้อยากกินข้าวผัด...]

ผมเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ อ้าว... แล้วถ้าไม่ได้ชอบข้าวผัด แล้วเปย์หนักขนาดนี้ทำไม?

แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้คิดหาเหตุผล ข้อความประโยคที่สองจากชายปริศนาก็เด้งตามมาติดๆ

[Polar Bear: ผมแค่อยากเห็นเจ้าหนูคนนั้นกินอิ่มๆ ในทุกๆ มื้อต่างหาก]

ผมอึ้งไปครู่หนึ่งกับข้อความที่แสนจะตรงไปตรงมาและอบอุ่นนั้น ผมหันไปมองหมูหยองที่ตอนนี้ไม่ได้สนใจหน้าจอโทรศัพท์เลยแม้แต่น้อย เจ้าตัวเล็กยังคงก้มหน้าก้มตาตักข้าวผัดสีทองเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างมีความสุขกับรสชาติอาหารตรงหน้า โดยไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยสักนิดว่า ตอนนี้เงินค่านมและค่าขนมของแก พุ่งทะยานสูงขึ้นกว่าที่ผมตั้งเป้าไว้หลายสิบเท่าตัวแล้ว

ผมหันกลับมามองที่หน้าจอ มองดูชื่อ 'Polar Bear' ที่ยังคงสว่างไสวอยู่ในรายชื่อผู้ชม รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผม ความรู้สึกอุ่นวาบประหลาดแล่นเข้ามาในหัวใจที่เคยด้านชา

บางที... การได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ในร่างนี้ อาจจะไม่ได้มีแค่ความมืดมนและหนี้สินเพียงอย่างเดียว แต่มันอาจจะมีเรื่องดีๆ และผู้คนดีๆ รอคอยผมอยู่มากกว่าที่คิดเอาไว้ก็ได้...

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!