นิ้วเรียวเลื่อนหน้าจอมือถือนั่งอ่านเรื่องราวด้วยสีหน้าเป็นกังวล ดูเหมือนว่าน้ำท่วมครั้งนี้จะหนักหนาสาหัสมากกว่าที่คิดไว้ เธอยังโชคดีที่ได้มีที่ซุกหัวนอนไม่ต้องลำบากเหมือนหลายครอบครัว รวมถึงบรรดาสัตว์เลี้ยงทั้งที่มีเจ้าของและขาจร บางแห่งน้ำท่วมสูงถึงหลังคา
เสียงประตูรั้วเลื่อนเปิดออกทำให้ขวัญข้าวได้สติ เธอนึกขึ้นว่าอยู่บ้านคนอื่นรีบลุกขึ้นไปเปิดประตู แต่ก็นึกได้อีกว่าอุ้มแมวอยู่ในอ้อมกอด รีบหมุนตัวเอาแมวเข้ากรงอย่างรวดเร็วเพราะเจ้าของบ้านย้ำนักหนาว่าไม่อนุญาตให้แมวเพ่นพ่านในบ้าน
“ฟูฟูทำตัวเป็นเด็กดีนะ อย่างอแงล่ะ” ขวัญข้าวบอกเจ้าแมวอวบแล้วเดินมาเปิดประตูบ้านเป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูเปิดออก ร่างเล็กจึงเสียหลักเข้าไปในแผ่นอกของอีกฝ่ายทันที
ตุลายืนนิ่งไปอย่างทำอะไรไม่ถูก ไม่คิดว่าไขกุญแจบ้านเปิดประตูออกจะมีคนโผเข้าซบอกอย่างนี้ และสองมือของเขาถือของพะรุงพะรังอยู่จะทำอะไรก็ทำไม่ได้ ปล่อยให้เธอเป็นฝ่ายยันแผ่นอกของเขาแล้วเงยหน้าขึ้นอย่างลนลาน
“ขอโทษค่ะ!”
“ทำอะไรของเธอ”
“คือ...ข้าวจี่รีบมาเปิดประตูให้ค่ะ แต่ไม่คิดว่าพี่ตุลย์จะเปิดออกก่อน ก็เลย...”
“ช่างเถอะ มาช่วยถือของเข้าไปก่อน”
“ค่ะ”
ขวัญข้าวทรงตัวได้แล้วก็ยื่นมือไปรับถุงข้าวของที่เขาหิ้วมา เธอถือเข้าไปในครัวในขณะที่คนตัวโตอมยิ้มน้อยๆ ก้มลงถอดรองเท้าผ้าใบแล้วเดินเข้ามาในบ้าน หางตามองไปทางกรงแมวอ้วนหันก้นอวบๆให้ทำเหมือนไม่อยากเห็นหน้ากัน ทำให้เขาส่ายหน้าไปมาแล้วเดินตามคนตัวเล็กเข้าไปในครัว
“ซื้ออะไรมาเยอะแยะคะ” ขวัญข้าวถามอย่างเกรงใจ ทั้งที่เห็นว่าตรงหน้าคือกับข้าว ขนมและของสดใส่ตู้เย็น
“ก็ของกินไง” ตุลาตอบแล้วเดินไปล้างมือที่อ่างล้างจาน “อยู่บ้านคนเดียวกลัวอดข้าวเลยซื้อของกินมาไว้ ทำกับข้าวกินเองได้ไหม หุงข้าวเป็นหรือเปล่า”
“เป็นค่ะ” ขวัญข้าวทำหน้างอ ทำไมคิดว่าเด็กหออย่างเธอดูแลตัวเองไม่ได้นะ “ทำกับข้าวกินเองง่ายๆได้ค่ะ”
“ถ้างั้นก็หุงข้าว เอาของสดเข้าตู้เย็น พี่จะขึ้นไปอาบน้ำก่อนเดี๋ยวลงมากินข้าวเย็นด้วย”
“เอ่อ...ค่ะ...”
ขวัญข้าวมองเจ้าของบ้านเดินออกไปแล้วก็ยังแปลกใจอยู่บ้าง แต่เธอเป็นคนอาศัยนี่นะ เขาให้ทำอะไรก็ต้องทำอยู่แล้ว หญิงสาวโคลงศีรษะไปมา จัดการหุงข้าวให้เรียบร้อย แล้วมาดูถุงอาหารและของสดที่เขาซื้อมา แยกเอาเนื้อสัตว์ไปล้างแล้วหาตลับใส่ตู้เย็น ส่วนผักก็เอาไว้ที่ช่องเก็บผัก ส่วนกับข้าวสำเร็จเธอก็เอามาใส่ถ้วยชามเตรียมรอคุณชาย เอ๊ย พี่ตุลาลงมากินข้าวข้าว
ตุลาใช้เวลาอาบน้ำไม่นานนัก แต่ไม่คิดว่าคนตัวเล็กจะจัดการของที่เขาซื้อมาเรียบร้อยทุกอย่าง เหลือแค่รอข้าวสุกก็พร้อมกินได้ทันที เขาหยิบลูกชิ้นปิ้งขึ้นมากัดแล้วพยักหน้าให้เธอ
“กินเล่นรองท้องก่อนก็ได้”
“ทำไมพี่ตุลย์ชอบกินอะไรรองท้องก่อนทั้งที่รู้อยู่แล้วอีกประเดี๋ยวก็จะได้กินข้าว” เธอขมวดคิ้วแต่ก็หยิบลูกชิ้นปิ้งมากินเหมือนกัน น้ำจิ้มรสเด็ดกับผักสดนี่มันช่างเป็นรสชาติที่โหยหาจริงๆ
“รองท้องก็คือรองท้องไง มันจะต้องมีเหตุผลอะไรมากไปกว่าการรองท้อง” เขายักคิ้วด้วยท่าทียียวน
“ถ้าหิวข้าวมาก ทำไมไม่โทรมาบอกก่อนล่ะคะ จะได้หุงข้าวรอหรือพี่ตุลย์กินข้าวก่อนเข้าบ้านก็ได้”
“ถ้าอยู่คนเดียวก็กินข้าวก่อนเข้าบ้านทุกทีนั้นแหละ แต่ตอนนี้มีเด็กกับแมวอยู่ในบ้านก็เลยต้องกลับมากินข้าวที่บ้านไง”
“เด็กที่ไหนกัน” ทั้งที่รู้ว่าเขาพูดถึงเธอแต่ก็อดบ่นพึมพำไม่ได้ ไฟเตือนหม้อหุงข้าวเปลี่ยนสีแล้ว เธอลุกขึ้นไปเปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำมารินใส่แก้วแล้ว หยิบจานข้าวตักข้าวเปล่ามาสองจานแล้วยกมาให้เขาและของเธอเอง
“อยู่บ้านเป็นไงบ้าง แล้วเมื่อคืนนอนในห้องไม่สบายเหรอถึงมานอนข้างนอก” เขาถามพลางกินมื้อเย็น ไม่ได้กินข้าวในบ้านตัวเองเป็นครั้งแรกเสียหน่อย แต่ทำไมรู้สึกแปลกๆ ชอบกล หรือเพราะมีคนช่างบ่นมานั่งกินข้าวด้วยนะ
“เปล่าค่ะ...คือ...แค่เป็นห่วงเจ้าฟูฟูเลยออกมาดูแล้วไม่รู้หลับไปตอนไหน”
“จริงๆ โซฟามันปรับเป็นเตียงนอนได้ เป็นโซฟาเบด เผื่ออยากนอนหน้าโทรทัศน์”
“ข้าวจี่ไม่ได้ติดโทรทัศน์นะคะ ไม่ดูก็ได้”
“พี่พูดตอนไหนว่าห้ามดู แค่บอกว่าปรับโซฟาเป็นเตียงนอนดูโทรทัศน์ได้” เขาทำหน้าดุแต่ตักคอหมูย่างใส่จานข้าวให้คนตรงหน้า “แล้ววันนี้เรียนออนไลน์เป็นไง สัญญาณเน็ตมีปัญหาอะไรไหม”
“ไม่มีค่ะ”
“ไม่มีนี่คืออะไร ไม่มีปัญหาเรื่องเรียนหรือไม่มีปัญหาสัญญาณเน็ต”
“เอ่อ...ทั้งสองอย่างค่ะ”
‘แม่ยังไม่ถามขนาดนี้ ทำไมอีตานี่ถามจัง แต่คอหมูย่างนี่อร่อยแฮะ’
เห็นคนตรงหน้ากินข้าวได้เยอะ เขาก็อดยิ้มไม่ได้ อุตส่าห์ไปรอแม่ค้าย่างคอหมู ปกติเขากินเป็นกับแกล้มในบางวันที่นึกอยากดื่มเบียร์ แต่คิดเอาเองว่าคนตัวเล็กคงชอบเลยซื้อมาให้เธอกินด้วย หน้าตาตอนได้กินของอร่อยก็น่าเอ็นดูจนอยากดึงแก้มเล่นจริงๆ
เพราะรู้สึกถึงสายตาที่มองอยู่จึงเผลอเงยหน้าขึ้นสบตาด้วย นึกถึงภาพเขาที่น้ารัศมีให้ดู ตอนนั้นเขาทำผมสีเทาๆ แล้วยังเจาะหู เจาะคิ้ว เอ๊ะ! เหมือนว่าจะสักด้วยนี่
“มองหน้าพี่แบบนี้มีอะไรเหรอ”
“ปะ...เปล่าค่ะ” ขวัญข้าวส่ายหน้าไปมาเร็วๆ แล้วก้มหน้ากินข้าวต่อ แต่พอช้อนตาขึ้นมองเห็นมุมปากของยกยิ้มนิดๆ ทำให้เธอใจชื้น “เอ่อ...ข้าวจี่ของเบอร์ติดต่อพี่อาร์มหน่อยได้ไหมคะ”
ใบหน้าที่อารมณ์ดีกลายเป็นบึ้งตึงในทันที เขายกแก้วน้ำขึ้นดื่มแล้วถาม
“จะเอาเบอร์มันไปทำอะไร”
“ก็...”
“ให้ได้ แต่ไอ้อาร์มมันเพื่อนพี่ พี่ก็ต้องสกรีนคนที่จะเข้าใกล้มันสิ”
หญิงสาวอ้าปากค้าง เธอดูเป็นคนร้ายกาจขนาดนั้นเลยเหรอ?
“ว่าไง มีอะไรถึงอยากได้เบอร์มัน” เขาถามอย่างไม่พอใจนัก ทำไมต้องสนใจเพื่อนเขาด้วยล่ะ
“ก็ไม่มีอะไรนี่คะ เห็นพี่อาร์มเป็นหน่วยกู้ภัยก็เลยอยากปรึกษาขอความช่วยเหลือหน่อยก็แค่นั้น” เธอทำหน้าตึงใส่เขา เคี้ยวข้าวแทบไม่เป็นจังหวะ
“แล้วมีเรื่องอะไร”
“บอกไปพี่ตุลย์จะช่วยหรือคะ”
“ก็บอกมาก่อนสิ”
ถ้าเธอไม่พูดไปเขาคงไม่ให้เบอร์ติดต่อพี่อาร์มแน่ๆ ขวัญข้าวกลืนข้าวคำสุดท้ายลงคอแล้วดื่มน้ำเรียบร้อยแล้วจึงเอ่ยขึ้น
“คือมีคุณป้าท่านหนึ่งดูแลน้องแมวจรอยู่ค่ะ แล้วบ้านของคุณป้าก็น้ำท่วมแต่ยังพออาศัยอยู่ได้ แต่ไม่สะดวกในการออกมาซื้ออาหารแมว เอ่อ...ข้าวจี่เลยคิดว่าจะปรึกษาพี่อาร์มว่าจะช่วยส่งอาหารแมวไปที่บ้านคุณป้าได้ไหม อ้อ! คุณป้าไม่ได้ขอฟรีนะคะ จะฝากซื้อค่ะ แต่น้ำท่วมไม่มีร้านไหนเอาอาหารเม็ดของน้องแมวไปส่งได้เลย”
“อืม...” ตุลาพยักหน้าอย่างเข้าใจ “บ้านคุณป้าอยู่จุดไหนล่ะ”
เห็นเขาสนใจ ขวัญข้าวรีบหยิบโทรศัพท์มือถือมาเปิดเฟสบุ๊คจะยื่นให้เขาดูแต่ก็ต้องข้ามโต๊ะอาหาร เธอจึงลุกขึ้นแล้วไปนั่งที่เก้าอี้ว่างข้างๆ
“นี่ค่ะ อยู่ตรงหมู่บ้านนี้...คือบ้านคุณป้าสูงอยู่ค่ะ ก็เลยยังรอดอยู่ แต่สภาพเหมือนติดเกาะเลย มีแต่น้ำล้อมรอบเลยค่ะ”
“เรารู้จักคุณป้าคนนี้เหรอ” เขาถามพลางเลื่อนดูรูปประเมินสถานการณ์ แล้วต้นแขนก็ถูกคนตัวเล็กเบียดแนบชิดพร้อมยื่นหน้าเข้ามาใกล้
“ค่ะ...พวกเราเอ่อ...หมายถึงข้าวจี่กับเพื่อนๆ เคยทำโครงการเล็กๆ ระดมทุนทำหมันแมวให้คุณป้าค่ะ”
“อืม เข้าใจแล้ว แล้วนี่คุณป้าต้องการอะไรบ้าง”
“พวกข้าวสารอาหารแห้งมีคนเอาเข้าไปส่งให้แล้วค่ะ แต่อาหารแมวใกล้จะหมด คุณป้าสั่งไว้แต่ร้านออกส่งไม่ทัน น้ำท่วมเสียก่อน ถ้าได้ทรายแมวด้วยจะดีมากเลยค่ะ”
จากเมื่อครู่ที่โกรธเขาอยู่ แต่พอเห็นเขาสนใจก็รีบอธิบายให้เขาเข้าใจสถานการณ์ เพื่อแมวหรอกนะ ไม่อย่างนั้นไม่เข้าใกล้ขนาดนี้หรอก
“แมวมีประมาณกี่ตัว”
“ยี่สิบค่ะ”
“เยอะเหมือนกันนะ”
“จริงๆ คุณป้ามีสิบหกตัวค่ะ แต่มีแมวที่หนีน้ำท่วมมาอาศัยอยู่ด้วยก็เลยมีเยอะขึ้น”
ตุลาเลื่อนดูภาพวิเคราะห์ว่าจะใช้เส้นทางไหนเพื่อส่งเสบียงให้เจ้าแมวทั้งหลาย สถาการณ์อย่างนี้อพยพคนกับแมวออกมายิ่งเป็นเรื่องยาก แต่บ้านยังรอด แค่น้ำล้อมรอบเหมือนเป็นเกาะจริงๆ ถนนหน้าบ้านที่เป็นเส้นทางรถผ่านตอนนี้กลายเต็มไปด้วยน้ำ ดูจากภาพแล้วน่าจะดับเอวของเขาเลยทีเดียว
“รถไปได้ถึงถนนใหญ่ แต่ต้องขนเสบียงเข้าไปเอง”
“ค่ะ เห็นคุณป้าก็บอกอย่างนั้น ตอนนี้ก็พยายามประสานงานอยู่ว่าพอมีหน่วยไหนส่งอาหารแมวให้ได้ไหม”
“รถพี่ไปได้” เขาพูดแล้วหันมามองคนข้างๆ โดยไม่รู้ว่าเธอก็เงยหน้าขึ้นมองเขาพอดี ทำให้ริมฝีปากเขาเกือบถูกหน้าผากของเธอ
“พี่ตุลย์จะไปเองเหรอคะ” เพราะมัวแต่หวงเรื่องแมวเลยไม่ทันสังเกตว่าเขาชะงักไป
“อื้ม ไอ้อาร์มมันก็ทำงานประจำเหมือนกัน เลิกงานหรือวันหยุดถึงจะมาได้ ถ้ารอก็คงวันเสาร์หรืออาทิตย์เลย พี่ไปเองเร็วกว่า”
“แล้วพี่ตุลย์จะไปยังไงคะ พี่ตุลย์ก็ต้องทำงานเหมือนกัน”
“ไปช่วงกลางวันไม่ได้ เลิกงานแล้วพี่ไปส่งให้ได้ อีกอย่างถ้าเราไปช่วงค่ำหน่อย คนใช้ถนนเส้นหลักน้อยลง ถึงจะน้ำท่วมแต่ก็ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็ไปถึงบ้านคุณป้าได้ แล้วเราก็จอดรถตรงนี้ น่าจะใกล้ที่สุด เดินฝ่าน้ำจากตรงนี้ไปสักห้าสิบเมตรน่าจะได้”
“เดินฝ่าน้ำ...” แม้ระดับแค่เอวแต่กระแสน้ำไหลแรงไม่น้อย
“มีเบอร์ติดต่อคุณป้าไหม พี่ขอคุยด้วยหน่อย”
“คะ?”
“พี่จะถามคุณป้าว่าเอาอะไรอีกบ้าง จะได้หาเข้าไปให้ ปีนี้น้ำท่วมนานกว่าทุกครั้ง น้ำยังไม่ลดลงในวันสองวันนี้แน่ๆ ถ้ายังไงจะได้ดูว่าพอจะเอาอะไรเข้าไปให้ได้บ้าง”
“อ่อ...ค่ะ..ข้าวจี่มีเบอร์คุณป้า...” เธอหยิบโทรศัพท์มือของตัวเองออกจากมือของเขาแล้วเลื่อนดูหมายเลขที่บันทึกในเครื่อง
“พี่คุยเอง” เขากดโทรศัพท์โทรตามหมายเลขที่ได้มา
ขวัญข้าวนั่งฟังอยู่ใกล้ๆ ลอบมองใบหน้าคมเข้าที่มีสีหน้าเคร่งขรึม น้ำเสียงจริงจัง ไม่เห็นเหมือนตอนที่หาเรื่องเธอเลยสักนิด เขาพูดคุยไม่กี่นาทีแล้วส่งโทรศัพท์คืนให้เธอ
“เรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้ตอนเย็นพี่จะเข้าไปส่งเสบียงเอง”
“ข้าวจี่ไปด้วยนะคะ”
“อยู่บ้านนี่แหละ”
“ไปด้วยนะ...น่านะพี่ตุลย์ ขอข้าวจี่ไปด้วยนะคะ”
“ไปก็เกะกะเปล่าๆ”
“รอที่รถก็ได้ค่ะ สัญญาว่าจะไม่ทำให้พี่ตุลย์เดือดร้อน”
มือเล็กเกาะแขนเขาแล้วเขย่าเบาๆ ท่าทางออดอ้อนจนคนตัวโตใจละลายแต่ยังต้องทำหน้านิ่งไว้
“สัญญาว่าจะเชื่อฟังพี่นะ”
“ค่ะ! ข้าวจี่สัญญา!”
ใบหน้าหวานระบายยิ้ม เธอยิ้มจนดวงตาหยี่เล็ก เห็นแล้วก็นึกถึงเจ้าเด็กอ้วนที่เขาชอบจับแก้มไม่ได้ แต่จับทีไรเจ้าเด็กอ้วนก็เอาแต่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ทุกที ทำให้เขาไม่อยากอยู่ใกล้ แต่ตอนนี้หัวใจเขามันหวั่นไหวยังไงไม่รู้
ใจเย็นหน่อยไอ้ตุลย์ ท่องไว้ นี่ลูกสาวของเพื่อนแม่!