เช้าวันต่อมา ลี่ชิงเหมยลุกขึ้นมาแต่งตัวอาบน้ำเสร็จเร็ว ตั้งใจจะเอาข้อตกลงหย่าร้างไปส่งให้ที่ฝ่ายทะเบียนของสำนักงานกิจการพลเรือน พอเปิดประตูออกก็เห็นกู้อี้เฉินที่เมาเหล้าเดินเข้ามา
กลิ่นเหล้าปนกับกลิ่นน้ำหอมกลิ่นเดิมที่คุ้นเคย และรอยแดงที่คอเด่นชัดมาก
ไม่ใช่ภรรยาสายตาไวเกินไป แต่สามีไม่ปิดบังต่างหาก
กู้อี้เฉินไม่รู้ตัว ขมวดคิ้วถาม ซึ่งก็ถามไปอย่างนั้นไม่ได้ใส่ใจ อะไร “จะออกไปแล้วเหรอ?”
ลี่ชิงเหมยตอบเสียงเบาว่า “อืม” แล้วก็เดินผ่านเขาไป
กู้อี้เฉินรู้สึกได้ว่ามีอะไรผิดปกติ คว้ามือเธอไว้ “เธอจะไปไหน?”
หัวใจเธอเต้นแรง ปกติเขาไม่เคยสนใจเธอมาก่อน ไม่ว่าเธอจะไปที่ไหนหรือทำอะไร ทำไมตอนนี้ถึงมาซอกแซกถามแบบนี้?
ต่อมาก็ได้ยินเขาพูดต่อ
“ไปต้มน้ำแกงแก้เมาให้ฉันก่อนค่อยไป”
ลี่ชิงเหมยหายใจติดขัดไปหนึ่งวินาที ความอับอายที่เก็บกดไว้สามปีพุ่งพรวดขึ้นมา เธอค่อยๆ ดึงมือออก “ไปต้มเอาเองสิคะ”
กู้อี้เฉินไม่ทันคิดก็ถามกลับทันที “แล้วฉันจะต้มเองได้ยังไง?”
เธอตามใจเขามากเกินไปแล้ว
ลี่ชิงเหมยเยาะเย้ย “งั้นก็เรียกฟู่ถังถังมาทำให้สิ”
ผู้ชายที่ยังเมาอยู่เล็กน้อยได้สติกลับมาทันที จ้องมองลี่ชิงเหมย
“เธอหมายความว่ายังไง?”
เธอไม่ตอบ แต่เดินออกไปทันที ทิ้งคำพูดเอาไว้ “หมายความตามตัวอักษรที่พูดไป”
กู้อี้เฉินมองลี่ชิงเหมยที่เดินออกไปอย่างมึนงงๆ ในมือว่างเปล่า อารมณ์แปลกๆ บางอย่างผุดขึ้นมาในอก
เธอรู้ได้ยังไงว่าเป็นฟู่ถังถัง?
ไม่ใช่สิ เขาไม่เคยปิดบังเธอเสียหน่อย เธอรู้ นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร
เมื่อกี้เธอทำท่าทางแบบไหน? ยังเป็นลี่ชิงเหมยคนเดิมไหม? โกรธที่เขากลับบ้านดึกในวันครบรอบแต่งงานเหรอ?
แต่เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ก็ตัดความคิดของเขาไป
* * * * *
ลี่ชิงเหมยดำเนินการที่ฝ่ายทะเบียนเสร็จเรียบร้อย ก็จ่ายเงินค่าธรรมเนียมให้กับเจ้าหน้าที่
โชคดีว่าการยื่นข้อตกลงหย่าร้างไม่ต้องมาพร้อมกันทั้งสองคน
ช่วงเวลาการแต่งงานของเธอ เหลืออีกหนึ่งเดือน เซ็นข้อตกลงหย่าแล้วก็จริงแต่กว่าจะได้รับใบหย่าก็อีกหนึ่งเดือนข้างหน้า
อีกหนึ่งเดือนค่อยมารับใบหย่า
เมื่อออกมาจากสำนักงานกิจการพลเรือน โทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นสายของกู้อี้เฉินโทรเข้ามา
“เลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์กลับมาด้วย” น้ำเสียงห้วนกระชับไม่ขยายความใดๆ
จะเลือกเฟอร์นิเจอร์ไปทำไม?
ลี่ชิงเหมยไม่ถามอะไรตามนิสัย ตั้งใจจะซื้อตามใจชอบของกู้อี้เฉิน แต่กลับได้รับข้อความจากกูเขา เป็นรูปแบบของเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นอย่างละเอียด เห็นได้ชัดว่าเป็นความต้องการของใครบางคน
เธอก็เดาๆ ไว้อยู่บ้างว่าเป็นความชอบของใคร แต่ไม่อยากคิดมาก
เธอวิ่งซื้อของตลอดทั้งเช้า จนซื้อครบแล้วกลับบ้านพร้อมกับคนส่งของ พอเปิดประตูเข้าไปก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังลั่นในห้องรับแขก
กู้อี้เฉินกำลังสนทนาอย่างสนิทสนมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นสวมเดรสสีขาว ผมยาวถึงเอว ยิ้มแย้มแจ่มใส
คงเป็นฟู่ถังถังแน่ๆ
ลี่ชิงเหมยไม่คิดว่าจะได้เจอรักแรกของสามีที่บ้านของตัวเองกับสามี ฟู่ถังถังมองเธอเหมือนต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง ก็พอดีกับคนส่งของเดินขนเฟอร์นิเจอร์เข้ามา ขนของไปพลางพูดไปพลาง
“ขอแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวด้วยนะครับ”
สายตาของพวกเขาต่างก็มองไปที่กู้อี้เฉินและฟู่ถังถัง
กู้อี้เฉินหน้าแดงเข้มขึ้นดูประหม่าเล็กน้อย แต่ก็แฝงไปด้วยความสุขอย่างไม่ปิดบัง เขาไม่แก้ตัวใดๆ แต่เป็นฟู่ถังถังที่รีบลุกหนีห่างออกไป พร้อมกับชี้แจงว่า “เราแค่เป็นเพื่อนกัน”
แล้วตะโกนไปยังประตูที่ลี่ชิงเหมยยืนอยู่ ถามด้วยความแปลกใจว่า “เธอแต่งงานกับกู้อี้เฉินเหรอ?”
คนส่งของมองหน้ากันเลิ่กลั่ก หลังจากรู้ตัวว่าพูดผิดพลาดก็เหมือนกับว่าเขาสูญเสียความสามารถในการพูดไป เงียบขรึมและตั้งใจทำงานเสร็จภายในสิบนาที ทั้งที่ควรใช้เวลาถึงสามสิบนาที
ลี่ชิงเหมยตอบรับอย่างใจเย็นว่า
“ไม่เจอกันนานฟู่ถังถัง เธอสบายดีไหม?”
กู้อี้เฉินทำสีหน้าประหลาดใจ “ฉันไม่เคยรู้ว่าพวกเธอสองคนรู้จักกันมาก่อน”
ใช่สิเขาไม่เคยรู้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับฟู่ถังถัง
เพราะบทสนทนาที่เร่งรีบในตอนเช้า กู้อี้เฉินจึงรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเล็กน้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าลี่ชิงเหมย แต่เขาก็ยังแนะนำตัวว่า
“นี่คือ…เอ่อ…ภรรยาของฉัน ลี่ชิงเหมย”
เอ่อ…ภรรยา
แค่สองคำนี้ก็พูดได้ติดๆ ขัดๆ เหมือนกลัวว่าฟู่ถังถังจะกล่าวหาว่าเขาไม่ซื่อสัตย์
“ของทุกอย่างซื้อมาหมดแล้วเหรอ? บอกเลยนะ รีบไปหย่ากับผู้หญิงที่แย่งบ้านหลังนี้ไปซะ อย่าให้เธอมาแย่งที่ของลูกพี่ลูกน้องฉัน”
เสียงบ่นที่ดังขึ้นแสดงถึงความน่ารำคาญค่อยๆ ดังใกล้เข้ามา จนมาหยุดอยู่ที่ทางเข้าห้องนั่งเล่น