บทที่ 2
ร้อยตำรวจเอกเสถียรนั่งอยู่ในห้องทำงานของนายแพทย์ผู้ดูแลอาการของ “ขวานฟ้า” ชายหนุ่มที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ
นายแพทย์ธงชัยมีอายุราวสี่สิบเศษ ร่างเล็ก สวมแว่นสายตากรอบบางทรงเหลี่ยม ตัดผมสั้นเกรียนแทบติดหนังศีรษะ ผิวขาวแบบลูกครึ่งจีน ในห้องทำงานมีโซฟาสีดำตั้งหลบอยู่มุมหนึ่ง บนโต๊ะทำงานแทบไม่มีของใช้นอกเหนือไปจากโน้ตบุ๊ก แฟ้มเอกสาร และหนังสือตำราภาษาอังกฤษเล่มหนาสองเล่ม
“ผมก็รู้เท่าที่บอกสารวัตรไปนั่นแหละ”
เสถียรเอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้เห็นแววตาขี้เล่นของเจ้าของห้อง
“การสูญเสียความทรงจำ ไม่ใช่โรคสมองเสื่อมอย่างนั้นหรือครับ”
นายแพทย์ธงชัยยกมือขยับแว่นสายตา พยักหน้าครั้งหนึ่ง
“การสูญเสียความทรงจำ แปลว่าไม่มีความจำ อาจเกิดจากสมองหรือสภาพจิตใจได้รับการกระทบกระเทือน ซึ่งความทรงจำซึ่งเสียไปนั้นอาจเสียไปบางส่วนหรือเสียไปทั้งหมดก็ได้”
“ถ้าอย่างนั้น นายขวานนั่น”
“ขวานฟ้า เรียกให้ถูกสิครับ ตอนนี้เขาสูญเสียความทรงจำแต่ก็ต้องดูกันต่อไปว่าจะเรียกความทรงจำกลับมาได้หรือไม่”
สารวัตรหนุ่มขมวดคิ้ว
นายแพทย์เจ้าของคนไข้ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มก่อนอธิบายต่อว่า ผู้ป่วยสูญเสียความทรงจำก็จริง แต่ความสามารถส่วนอื่นยังอยู่ครับ ทั้งพฤติกรรม การตัดสินใจ ผิดกับผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมซึ่งจะสูญเสียความสามารถหลายด้านไปพร้อมกัน
เสถียรรู้สึกว่ากำลังเดินเข้าสู่อุโมงค์อันมืดมิดแล้วปลายทางจะมีแสงสว่างรออยู่หรือ
“การสูญเสียความจำของนายขวานฟ้าคนนั้นเกิดเพราะอะไรกันแน่ ได้รับความกระทบกระเทือนทางสมองอย่างนั้น ใช่มั้ยครับ”
“การสูญเสียความทรงจำก็เกิดขึ้นได้หลายกรณี อาจจะเพราะสุขภาพจิต การได้รับความกระทบกระเทือนสมองส่วนซึ่งเกี่ยวกับความจำ หรืออาจจะได้รับสารพิษ”
“สารพิษหรือครับโดนพิษจากลูกกระสุนต่างหาก”
“แหม สารวัตรนี่ชอบพูดตลกร้ายให้ฟังอยู่เรื่อย ความจริงเรื่องสารพิษก็เคยมีกรณีทำให้สูญเสียความทรงจำเหมือนกันนะครับ โอ๊ย ถ้าให้เล่ากันจริงก็ยาวมาก ไม่ต้องทำงานกันละ”
เสถียรรีบยกมือไหว้เมื่อรู้ว่าน้ำเสียงที่ออกไปเต็มด้วยความระแวง สงสัย
“ขอโทษเถอะครับคุณหมอ ผมเป็นตำรวจสืบสวนก็อาจจะจู้จี้ ขี้ระแวงไปบ้าง แต่ถ้าหมอนั่นไม่โดนนำตัวมาส่งเพราะถูกยิงเสียเลือดโชก แถมฟื้นขึ้นมายังจำตัวเองไม่ได้อีก ก็คงไม่ต้องเทียวไล้เทียวขื่อระหว่างโรงพักกับโรงพยาบาลอย่างนี้หรอกครับ”
นายแพทย์ธงชัยสบตามองคู่สนทนานิ่งนาน
“คนป่วยอาจจะลืมความทรงจำเกี่ยวกับตัวเองไปจนเกือบหมด น่าจะเป็นเพราะสมองได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ทำให้ฟื้นความทรงจำคืนมาอย่างช้าๆ จนเรียกได้ว่าช้ามากหรือช้าที่สุด”
“พอประมาณได้มั้ยครับว่ากี่วัน กี่เดือน ความทรงจำของคนไข้คุณหมอจะกลับมา”
“เป็นวันเลยหรือ เร็วไปมั้ง” นายแพทย์ธงชัยส่ายศีรษะ “ระยะเวลาสมองฟื้นตัว ผมให้ตัวเลขคร่าวๆ ได้ว่าอาจจะเป็นสามเดือน หกเดือน หรือไม่ก็ปีนึง”
นายตำรวจหนุ่มเลิกคิ้วสูงกับคำตอบ
“แย่ยิ่งกว่านั้นก็คือ ถ้าเกินหนึ่งปีแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น การฟื้นคืนความทรงจำจะมีความเป็นไปได้น้อยมาก”
เสถียรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น ก่อนถามด้วยเสียงชัดๆ ช้าๆ
“หมายความว่าอาจจะไม่สามารถเรียกคืนความทรงจำกลับคืนมาได้เอาเสียด้วย อย่างนั้นใช่มั้ยครับ”
“ก็ประมาณนั้นแหละ” เจ้าของห้องตอบ “นี่หมายถึงว่า คนไข้อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดนะ”
“เวรเลย อ้าว ขอโทษครับ”
“ผมเองก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน อย่าว่าแต่ตำรวจ หรือ หมอเลย ตัวของนายขวานฟ้าเองก็คงกลุ้มไม่ผิดกับพวกเราหรอก ตื่นขึ้นมาพบตัวเองเป็นคนไข้อยู่ในโรงพยาบาล ไม่รู้จักใคร ไม่รู้จักตัวเอง ชีวิตก็คงมีแต่คำถามอยู่เหมือนกัน”
“เหมือนเด็กเกิดใหม่เลย งั้นหรือครับ”
“ตรงเผงเลยสารวัตร” นายแพทย์ธงชัยตอบทันควัน
ร้อยตำรวจเอกเสถียรถอนหายใจ ไม่รู้ว่าจะเริ่มสืบหาความจริงอย่างไรดี รู้สึกมึนหัวราวกับกลายเป็นนักมวยอ่อนหัดขึ้นเวทีหนแรก
ในมุมมองของตำรวจอย่างเขา เสถียรคิดว่าการเริ่มต้นด้วยการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลเป็นลำดับแรก การตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลประชากรของกรมการปกครองน่าจะทำให้เรื่องง่ายดายขึ้น
“ผมก็ไม่รู้จะช่วยยังไง แต่ที่แน่ๆ ตั้งแต่นายขวานฟ้ามาอยู่ ก็ทำเอาโรงพยาบาลป่วนไปเหมือนกัน” สารวัตรหนุ่มเลิกคิ้วสูงกับคำตอบที่ได้ยิน
“ก็ไม่ได้มีอะไรมาก พวกพยาบาลสาวๆ นะสิ หลงใหล คลั่งไคล้นายขวานฟ้ากันใหญ่ ก็อย่างว่าแหละ หน้าตาหล่อเหลา รูปร่างสูงใหญ่เหมือนฝรั่ง ดูไปเหมือนพระเอกละครทีวี เสน่ห์แรงจนหมอๆ ชักหมั่นไส้ไม่อยากรักษาเสียแล้วสิ”
สารวัตรสืบสวนแทบจะหลุดเสียงหัวเราะขึ้นมา
“ข้อมูลที่ผมบอกได้ก็คือ มีคนโทรศัพท์แจ้งว่าพบคนนอนสลบอยู่ตรงริมทางรถไฟ ไม่มีอะไรมากกวานั้น”
เสถียรรู้เรื่องนี้แล้ว ทางเจ้าหน้าที่รับเรื่องขอทราบเบอร์ผู้แจ้งแต่ผู้หญิงคนนั้นไม่บอก แล้วจากการตามหาร่องรอยพบว่าเป็นการใช้งานโทรศัพท์มือถือแบบใช้แล้วทิ้ง
แต่ถึงความทรงจำของนายขวานฟ้าจะหายไปหมด แต่บุคลิก วิธีการพูดจาโต้ตอบ อดคิดไม่ได้ว่าความเป็นมาของชายหนุ่มคนนั้นมีอะไรที่เป็นปริศนาอยู่
รับราชการตำรวจมานานจนเสถียรมีลางสังหรณ์ประหลาดเกี่ยวกับผู้ชายชื่อขวานฟ้า
แววตาของหมอนั่นบางขณะมีประกายแห่งความถือดี ดุร้าย เหมือนเสือโคร่งที่โดนกระสุนยิงจนบาดเจ็บ