แสงเช้าลอดผ่านม่านสีอ่อนเข้ามาในห้องพักโรงแรม
อินทัชลืมตาขึ้นช้า ๆ ก่อนจะนิ่งอยู่ครู่หนึ่งเพื่อเรียบเรียงความทรงจำเมื่อคืน
สถานที่ไม่คุ้นตา
กลิ่นน้ำหอมที่ไม่ใช่ของเขา
และคนที่ยังหลับอยู่บนเตียงอีกฝั่ง
อินทัชถอนหายใจเบา ๆ ก่อนขยับตัวลุกขึ้นอย่างระวังไม่ให้คนข้างกายตื่น
เมื่อคืนเขาเลือกฉลองวันเกิดปีที่สามสิบสี่ด้วยวิธีง่ายที่สุด
เหล้าไม่กี่แก้ว คนที่ถูกใจ
แล้วก็ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนที่ต่างฝ่ายต่างรู้ว่าจบเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น
ไม่ใช่ครั้งแรก
อินทัชไม่เคยชอบความสัมพันธ์ที่ต้องผูกมัดตัวเองกับใคร
และตลอดหลายปีที่ผ่านมา การพบกันชั่วคราวแล้วแยกย้ายกลับเป็นเรื่องง่ายกว่าการเปิดพื้นที่ให้ใครเข้ามาในชีวิต
โดยเฉพาะในเมื่อพื้นที่ส่วนใหญ่ในนั้นมีใครบางคนจับจองไว้นานแล้ว
เขาแต่งตัวเงียบ ๆ ก่อนหยิบกระดาษโน้ตของโรงแรมขึ้นมาเขียนข้อความสั้น ๆ
ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ
ค่าห้องผมจ่ายไว้แล้ว
อินทัชวางปากกาลง มองคนบนเตียงอีกครั้ง
ก่อนหยิบกุญแจรถแล้วออกจากห้อง
ไม่มีชื่อ
ไม่มีเบอร์โทร
ไม่มีคำว่าจะเจอกันใหม่
แบบนี้ดีที่สุดแล้ว
........................................................
เกือบเจ็ดโมงเช้า
อินทัชเปิดประตูบ้านเข้ามาอย่างเงียบ ๆ
ยังไม่ทันถอดรองเท้า เสียงขยับตัวจากห้องรับแขกก็ดังขึ้น
เตมีย์นอนหลับคาโซฟาอยู่ในสภาพที่ดูไม่สบายตัวนัก โทรศัพท์ยังตกอยู่ข้างมือ
เสียงเปิดประตูทำให้เจ้าตัวสะดุ้งตื่น
“อิน?”
ตำรวจหนุ่มกะพริบตาสองสามครั้ง ก่อนเด้งตัวลุกขึ้นทันทีเมื่อเห็นคนที่เพิ่งเข้าบ้าน
“เฮ้ย มึง!”
อินทัชเหลือบมอง
“อะไร”
“มึงหายไปไหนมาทั้งคืนวะ”
เตมีย์คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา
“นี่เกือบเจ็ดโมงแล้วนะ”
“อืม”
“อืมอะไรของมึง กูโทรหาเป็นสิบสายก็ไม่รับ”
อินทัชถอดรองเท้า วางกุญแจลงที่เดิม
“กูออกไปกับไอ้พวกนั้น”
“แล้วทำไมไม่กลับบ้าน”
“ก็ไม่อยากกลับ”
คำตอบเรียบ ๆ ทำให้เตมีย์เงียบไปทันที
เขาจ้องหน้าเพื่อนอยู่ครู่หนึ่ง
สีหน้าอินทัชไม่ได้โกรธ ไม่ได้บึ้ง และไม่ได้ทำท่าจะหาเรื่อง
แต่เพราะรู้จักกันมาสิบเจ็ดปี เตมีย์จึงรู้ดีว่า
นี่แหละ งอน
“มึงงอนกูใช่ไหม”
“เปล่า”
“หน้านี้ยังจะบอกเปล่าอีก”
อินทัชมองเขาอย่างเหนื่อยใจ
“หมี กูไม่ได้งอน”
“กูรีบกลับมาแล้วนะเว้ย”
เตมีย์รีบพูดราวกับกำลังแก้ตัวต่อศาล
“ก่อนเที่ยงคืนด้วย ยังไม่พ้นวันเกิดมึงเลย กูกะว่าจะกลับมาตัดเค้กกับมึง
แต่โทรหาเท่าไรก็ไม่รับ”
อินทัชเหลือบมองไปทางตู้เย็น
“แล้วไง”
“แล้วไงอะไร เป่าเค้กกัน”
“ตอนนี้?”
“เออ ตอนนี้แหละ”
เตมีย์เดินไปเปิดตู้เย็น หยิบกล่องเค้กออกมาอย่างกระตือรือร้น
ก่อนหันกลับมายิ้มให้
“นะมึง กูซื้อมาแล้ว”
อินทัชมองอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่ง
ไม่รู้ว่าควรดีใจหรือเสียใจ
เมื่อคืนคนตรงหน้าลืมนัดเขาเพราะไปกินข้าวกับแฟน
แต่เช้าวันนี้กลับนอนรออยู่บนโซฟาเพื่อ
จะตัดเค้กที่เลยวันเกิดมาแล้วหลายชั่วโมง
ความรู้สึกของเขากับเตมีย์เป็นแบบนี้มาตลอด
ผลักให้ผิดหวัง
แล้วก็ดึงกลับมาด้วยเรื่องเล็ก ๆ จนเขาไปไหนไม่เคยพ้น
สุดท้ายอินทัชก็เดินตามไปที่โต๊ะกินข้าว
เทียนเล่มเล็กถูกปักลงบนเค้กอย่างลวก ๆ
เตมีย์จุดไฟ ก่อนเลื่อนมันมาตรงหน้าเขา
“เป่าเร็ว”
“สามสิบสี่แล้วนะมึง จะให้กูเป่าเทียนตอนเจ็ดโมงเช้าจริงดิ”
“สามสิบสี่แล้วไง วันเกิดมึงก็คือวันเกิดมึงดิ”
อินทัชมองเปลวไฟตรงหน้า ก่อนก้มลงเป่า
ไฟดับลง
แทบจะในเวลาเดียวกัน แขนหนัก ๆ ของเตมีย์ก็พาดลงบนคอเขา
“สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะมึง”
เสียงทุ้มดังอยู่ข้างหู
ใกล้เสียจนอินทัชต้องเก็บลมหายใจอยู่ชั่วครู่
ก่อนคนที่กอดคอเขาอยู่จะหยุดนิ่ง
“เดี๋ยวนะ”
เตมีย์ขยับหน้าเข้ามาใกล้อีกนิด
อินทัชหันไปมอง
“อะไร”
อีกฝ่ายทำจมูกฟุดฟิดอย่างไม่เกรงใจ
“ทำไมกลิ่นมึงแปลก ๆ วะ”
อินทัชเงียบ
“นี่ไม่ใช่สบู่ที่บ้านนี่”
เตมีย์ขมวดคิ้ว
“มึงไปอาบน้ำที่ไหนมา”
“โรงแรม”
คำตอบสั้น ๆ ทำให้แขนที่พาดคอเขาอยู่หยุดชะงัก
“โรงแรม?”
“อืม”
“มึงไปนอนโรงแรมทำไม เมาเหรอ”
“เปล่า”
“แล้วทำไมไม่โทรเรียกกูวะ กูไปรับได้”
อินทัชมองหน้าอีกฝ่ายนิ่ง ๆ
ถ้าเตมีย์ได้เห็นตัวเองในกระจกตอนนี้
คงรู้ว่าท่าทางเหมือนเมียกำลังไล่ซักผัวที่แอบไปค้างบ้านอื่นไม่มีผิด
“หมี”
“อะไร”
“กูอายุสามสิบสี่แล้วนะ”
เตมีย์ชะงัก
“กูจะไปไหน หรือนอนที่ไหน
กูไม่ต้องรายงานมึงทุกเรื่องก็ได้มั้ง”
อีกฝ่ายเงียบลงทันที
อินทัชดึงแขนที่พาดคอตัวเองออก ก่อนจะเดินขึ้นชั้นบน
แต่เพิ่งเดินได้ไม่กี่ก้าว เสียงเตมีย์ก็ดังตามหลังมา
“นี่มึงงอนจริง ๆ ใช่ไหม”
อินทัชหยุด
หลับตาอยู่ครู่หนึ่ง
“ไม่ได้งอน”
“หน้านี้กูรู้”
“มึงนี่มัน—”
“ไปอาบน้ำไป”
เตมีย์โบกมือไล่
“กูไม่ชินกลิ่นมึงจริงว่ะ”
อินทัชหันกลับไปมอง
“เรื่องมาก”
“เออ กูเรื่องมากกับมึงมาตั้งกี่ปีแล้ว”
อีกฝ่ายพูดหน้าตาเฉย
“ไป ๆ เดี๋ยวกูเตรียมข้าวให้”
สุดท้ายอินทัชก็ไม่ได้เถียงต่อ
เหมือนทุกครั้ง
................................................
เมื่อเขาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินกลับลงมา
กลิ่นกาแฟก็ลอยออกมาจากครัว
เตมีย์ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ เสื้อยืดยับเล็กน้อยจากการนอนโซฟาทั้งคืน
แต่กลับจัดการเตรียมอาหารเช้าให้เขาอย่างคล่องมือ
บนโต๊ะมีแซนด์วิชง่าย ๆ กับกาแฟหนึ่งแก้ว
ส่วนอีกแก้วถูกเทใส่แก้วเก็บความร้อนสำหรับเอาไปโรงพยาบาล
อินทัชมองภาพตรงหน้าแล้วความขุ่นมัวเมื่อครู่ลดลงอย่างช่วยไม่ได้
“วันนี้ลงเวรกี่โมง”
เตมีย์ถามโดยไม่หันมา
“หกโมง”
“เออ เดี๋ยวกูไปรับ”
อินทัชชะงักไปนิดหนึ่ง
“ไม่ต้องก็ได้”
“ทำไม”
“กูกลับเองได้”
“กูรู้ แต่มึงงอนอยู่ กูก็ง้ออยู่นี่ไง”
อินทัชหลุดถอนหายใจ
“บอกว่าไม่ได้งอน”
“ครับคุณหมอ ไม่งอนก็ไม่งอน”
เตมีย์ยื่นแก้วกาแฟให้
“หกโมงใช่ไหม เดี๋ยวกูไปรับ”
ความรู้สึกอุ่นเล็ก ๆ ค่อย ๆ แทรกขึ้นมาในใจอย่างห้ามไม่ได้
น่าโมโหตัวเองเหมือนกัน
ผ่านมาตั้งกี่ปีแล้ว
แค่อีกฝ่ายจำได้ว่าจะมารับ
แค่ทำกาแฟให้
แค่พยายามง้อด้วยเรื่องเล็กน้อย
เขาก็ใจอ่อนทุกที
“ไม่ต้องรีบมากก็ได้”
“ไม่รีบหรอก”
เตมีย์ยักไหล่
“พอดีวันนี้แพรวติดงาน กูว่าง”
มือที่กำลังจะรับแก้วกาแฟหยุดไปเพียงเสี้ยววินาที
แค่นั้น
อินทัชก็รับมันมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อืม”
ความรู้สึกดีที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่หายไปง่าย ๆ
เหมือนถูกใครใช้นิ้วสะกิดให้แตก
ที่แท้ไม่ได้ตั้งใจเคลียร์เวลาให้เขา
แค่คนที่สำคัญกว่าติดงาน
เตมีย์จึงว่างพอดี
อินทัชก้มมองกาแฟในมือ ก่อนยกขึ้นดื่ม
ขมกว่าทุกวันนิดหน่อย
ทั้งที่เตมีย์ก็ชงแบบเดิม
เขาน่าจะชินได้แล้ว
เพราะต่อให้ผ่านไปกี่ปี ลำดับของเขาก็ไม่เคยเปลี่ยน
ถ้าแฟนว่าง เตมีย์ก็ไปหาแฟน
ถ้าแฟนไม่ว่าง ถึงจะมีเวลามาหาเขา
และน่าขันที่สุดคือ
แค่นั้นอินทัชก็ยังดีใจอยู่ดี